ศาลล้มละลายกลางสั่งยกคำร้อง WSOL ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ เหตุยังขาดทุนต่อเนื่อง ไร้แหล่งเงินทุนใหม่ ไม่เห็นช่องทางฟื้นฟูกิจการที่สำเร็จ ด้านบริษัทยันยังเชื่อมั่นฟื้นฟูฯ คือทางออกที่ดีที่สุด
บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทได้รับทราบคำสั่งพร้อมเหตุผลของศาลล้มละลายกลาง หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท มีเหตุผลโดยสังเขป กล่าวคือ ถึงแม้ว่าบริษัทจะแจ้งว่าปัญหาทางการเงินเป็นผลมาจากการบริหารของผู้บริหารชุดเดิม แต่ศาลพิจารณาจากงบการเงินประจำปี 2568 ของบริษัทพบว่ามีผลขาดทุนต่อเนื่อง
ประกอบกับ ณ ปัจจุบัน ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ ในขณะเดียวกันบริษัทยังถูกเจ้าหนี้หลายรายดำเนินคดี ในขณะที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นหลักประกันการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ จึงไม่ปรากฏช่องทางที่ให้ฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด และเป็นเพียงแนวทางเดียวที่สามารถทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง (Going Concern) พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการภาระหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากธุรกิจของบริษัทยังคงมีศักยภาพในการดำเนินงาน แม้ได้รับผลกระทบจากภาระทางการเงินและปัจจัยทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดด้านความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานพบว่า กำไรจากการดำเนินงานที่เป็นตัวเงิน (EBITDA) ของกลุ่มบริษัทในปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นในระดับการดำเนินงานหลักของธุรกิจ
โดยบริษัทเข้าใจว่าการพิจารณาของศาลได้คำนึงถึงผลการดำเนินงานโดยรวม รวมถึงผลกำไรสุทธิ (Net Profit) และปัจจัยทางการเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี บริษัทเห็นว่าตัวชี้วัด EBITDA ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานหลักก่อนภาระดอกเบี้ย ภาษี และรายการทางบัญชีที่มีนัยสำคัญ เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ คู่ค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น เนื่องด้วยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการไม่ใช่เป็นเพียงการแก้ปัญหาสภาพคล่องของบริษัทเท่านั้น แต่คือการรักษามูลค่าทางธุรกิจ (Business Value) ของบริษัทและบริษัทย่อยที่มีศักยภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจ สร้างรายได้ และทยอยนำรายได้มาชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนกว่าการจำหน่ายทรัพย์สิน ภายใต้ความกดดันจากปัญหาทางการเงิน
บริษัทจึงเห็นว่า กระบวนการฟื้นฟูกิจการยังคงเป็นกลไกที่เหมาะสมต่อการปรับโครงสร้างภาระหนี้และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมากที่สุด บริษัทจึงอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงการใช้สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


