วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

หุ้นเอไอดัน S&P 500 ฟิวเจอร์ขึ้น น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 120 เหรียญ

หุ้นเอไอดัน S&P 500 ฟิวเจอร์ขึ้น น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 120 เหรียญ

ตลาดฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี หลังบริษัทในกลุุ่มเอไอรายงานผลประกอบการ ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล

บลูมเบิร์ก รายงานว่า สัญญาฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวในช่วงปลายตลาดของหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ขณะที่กระแสการลงทุนในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด ส่วนราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน

 

Nasdaq 100 ฟิวเจอร์ ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ปรับขึ้น 0.9% ขณะที่ S&P 500 ฟิวเจอร์ ขยับขึ้น 0.4% ในช่วงเปิดการซื้อขายเอเชียวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.69) หลังจากรายงานผลประกอบการโดยรวมออกมาดีกว่าคาดจากบริษัทยักษ์ใหญ่กลุ่มเมกะแคป หุ้น Alphabet Inc และ Amazon.com Inc ปรับขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ขณะที่ Meta Platforms Inc ร่วงลงจากความกังวลเรื่องเม็ดเงินลงทุน ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิป Qualcomm Inc พุ่งขึ้น 13% หลังมีความคืบหน้าในตลาดศูนย์ข้อมูล ด้านกำไรของ Samsung Electronics Co ก็ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเช่นกัน

น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 120 เหรียญ

ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เปิดตลาดวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.69) พุ่งขึ้นอีก 1.9% แตะ 120.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ในวันพุธ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยแทบไม่มีสัญญาณความคืบหน้าในการยุติสงครามอิหร่าน ซึ่งส่งแรงสะเทือนต่อตลาดการเงินทั่วโลก หลังการเกือบปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ

 

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและท่าที “คงดอกเบี้ยแบบเหยี่ยว” ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กดดันตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นมากกว่า 8 จุด สู่ระดับ 4.43% ในช่วงการซื้อขายสหรัฐ พันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียร่วงตามในเช้าวันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจุดกระแสเงินเฟ้อ ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ดีดขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1997

 

“เมื่อกำไรของกลุ่ม Magnificent Seven ทยอยออกมา ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและกำไรของธุรกิจเหล่านี้ยิ่งตัดกับภาพหนี้และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐที่ยังพุ่งสูงอย่างชัดเจน” มาร์ติน เว็ตตัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดการเงินของ Westpac Banking Corp ระบุ

 

จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน ไปจนถึงเฟดที่มีความเห็นแตกเป็นสองฝ่ายแต่ยังคงดอกเบี้ย และผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ บรรดานักลงทุนต้องรับมือกับกระแสข่าวที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่น้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบสี่ปี และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม บริบทดังกล่าวถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อภาวะตลาดกระทิงในหุ้นโลก ที่ก่อนหน้านี้ฟื้นตัวจากแรงกดดันที่เกี่ยวข้องกับสงครามและดันตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่

ในวันพฤหัสบดี นักลงทุนยังต้องจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่จะประกาศออกมา จากนั้นจะเป็นคิวรายงานงบของ Apple Inc รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐชุดใหม่

 

ในตลาดเงิน สกุลเงินเยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในเช้าวันพฤหัสบดี หลังจากอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ทำสถิติอ่อนสุดตั้งแต่ต้นปี กระตุ้นความเสี่ยงว่าทางการญี่ปุ่นอาจแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงิน

 

ราคาทองคำ ขยับขึ้น 0.3% สู่ระดับ 4,560 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่บิตคอยน์ขยับขึ้นใกล้ระดับ 75,790 ดอลลาร์

 

หุ้น Amazon.com Inc พุ่งขึ้น 5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังจากหน่วยคลาวด์ของบริษัททำยอดขายเติบโตเร็วที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่หุ้น Alphabet Inc ก็ปรับขึ้นในการซื้อขายช่วงดึก หลังรายงานรายได้และกำไรไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าคาด ด้านหุ้น Meta ร่วงลง 6.5% ท่ามกลางความกังวลต่อการใช้จ่ายลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า Anthropic PBC เริ่มพิจารณาระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI แห่งนี้มีมูลค่ามากกว่า 900,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้ Anthropic แซง OpenAI คู่แข่งรายสำคัญขึ้นมาเป็นสตาร์ทอัปด้าน AI ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

 

การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันรอบนี้ เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแอ็กซิออส ว่า เขาจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมทางเรือที่ท่าเรือของอิหร่าน จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับเตหะรานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศดังกล่าว ซึ่งเท่ากับเป็นการยืดเยื้อภาวะชะงักงันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่จุดชนวนวิกฤตพลังงานทั่วโลก

 

การที่ตลาดหันมาคาดการณ์มากขึ้นว่าสงครามจะยืดเยื้อ ทำให้ความสนใจไปโฟกัสที่ซัพพลายจากสหรัฐมากขึ้น เพราะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการชดเชยการหยุดชะงักของการส่งออกจากตะวันออกกลาง ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐที่เผยแพร่เมื่อวันพุธชี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบในประเทศเริ่มลดลง ขณะที่การส่งออกน้ำมันของสหรัฐพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่

 

“ยิ่งช่องแคบฮอร์มุซปิดนานเท่าไร ราคาน้ำมันก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น” เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายเทรดดิ้งของ BOK Financial Securities Inc กล่าว “เกมแห่งการรอคอยระยะยาวเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น แต่อาจกลายเป็นสูตรสำคัญที่ผลักดันให้ความขัดแย้งเดินหน้าไปสู่จุดจบในที่สุด”

 

ก่อนหน้านี้ เฟด มีมติ “คงดอกเบี้ย” แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มทิศทางนโยบายการเงิน นักลงทุนแทบจะเลิกคาดหวังการลดดอกเบี้ยภายในปีนี้แล้ว และเริ่มประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2027 

 

เฟดปรับถ้อยคำในแถลงการณ์ โดยระบุว่า “พัฒนาการในตะวันออกกลางกำลังเพิ่มระดับความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ” และยังคงใช้ถ้อยคำเดิมเกี่ยวกับ “ขอบเขตและจังหวะเวลา” ของการปรับเปลี่ยนดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต

 

การแถลงข่าวของเจอโรม พาวเวลล์ ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะประธานเฟด หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐยุติการสอบสวนคดีอาญาที่เป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับเฟด เปิดทางให้วุฒิสภารับรองการแต่งตั้งเควิน วอร์ช ให้เป็นประธานเฟดคนต่อไป พาวเวลล์ระบุว่าเขาจะยังคงทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ว่าการเฟดต่อไป

 

การประชุมรอบนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่ลึกขึ้น โดยเบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ รวมถึงนีล แคชคารี จากมินนีแอโปลิส และลอรี โลแกน จากดัลลัส “สนับสนุนการคงกรอบอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์ แต่ไม่เห็นด้วยกับการใส่ถ้อยคำที่มีนัยถึงการผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ ณ เวลานี้” ขณะที่ผู้ว่าการสตีเฟน มิแรน ลงมติเสียงข้างน้อยสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ย

 

“เสียงคัดค้านสามเสียงต่อถ้อยคำในแถลงการณ์ชี้ให้เห็นถึงการเอียงไปทาง ‘เหยี่ยว’ มากขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่บางส่วนเริ่มเตรียมรับความเป็นไปได้ว่าเงินเฟ้ออาจทรงตัวในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด” แองเจโล คูร์คาฟาส จาก Edward Jones กล่าว “เราคาดว่าเฟดจะยังคงตรึงดอกเบี้ยต่อไปอย่างแข็งขันในช่วงหลายเดือนข้างหน้า”

ความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาด

หุ้น  

ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์เพิ่มขึ้น 0.4% ณ เวลา 9:02 น. ตามเวลาโตเกียว  

ฮั่งเส็งฟิวเจอร์ ลดลง 0.8%  

ดัชนี Topix ของญี่ปุ่น ลดลง 1%  

ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ลดลง 0.4%  

ดัชนี Euro Stoxx 50 ฟิวเจอร์ลดลง 0.5%  

สกุลเงิน  

ดัชนี Bloomberg Dollar Spot แทบไม่เปลี่ยนแปลง  

 เงินยูโรทรงตัวที่ 1.1685 ดอลลาร์  

 เงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.1% ที่ 160.19 เยนต่อดอลลาร์  

หยวนออฟชอร์ทรงตัวที่ 6.8445 หยวนต่อดอลลาร์  

ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.2% ที่ 0.7127 ดอลลาร์  

คริปโทเคอร์เรนซี  

บิตคอยน์เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 75,777.13 ดอลลาร์  

อีเธอร์เพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 2,253.79 ดอลลาร์  

พันธบัตร  

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ทรงตัวใกล้ 4.42%  

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 3.5 จุด สู่ระดับ 2.5%  

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 8 จุด สู่ระดับ 5.07%  

สินค้าโภคภัณฑ์  

น้ำมันดิบสหรัฐ WTI เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 107.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  

ทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 4,559.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์