วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ลดลง 280 จุด ติดลบเป็นวันที่ห้า ขณะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

ดาวโจนส์ลดลง 280 จุด ติดลบเป็นวันที่ห้า  ขณะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อคืนในแดนลบ ขณะที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่องจากการที่สหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน และเฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปิดตลาดวันพุธ (29 เม.ย. 69) ในแดนลบ ขณะที่ราคาน้ำมันเดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากการที่สหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน และหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัทในกลุ่ม 7 นางฟ้า “Magnificent Seven” จำนวน 4 แห่ง

 

ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว ลดลง 280.12 จุด หรือ 0.57% ปิดที่ระดับ 48,861.81 จุด ทำสถิติติดลบเป็นวันที่ห้าติดต่อกัน ดัชนี S&P 500 ขยับลง 0.04% ปิดที่ 7,135.95 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.04% ปิดที่ 24,673.24 จุด

  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นต่อ

ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันพุธ หลังจากวอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้ทีมงานเตรียมแผนรับมือกรณีการปิดล้อมอิหร่านที่ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นไปอีก หลังสำนักข่าวแอกซิออส Axios รายงานว่าทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยืนยันว่าการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้ข้อตกลงที่ตอบโจทย์ความกังวลด้านโครงการนิวเคลียร์ของประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้

 

สัญญาน้ำมันดิบสหรัฐ เวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) พุ่งขึ้นแรง 7.17% ปิดที่ 107.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล พุ่งขึ้น 6.78% ปิดที่ 118.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

  • เฟดคงดอกเบี้ยกังวลเงินเฟ้อยังสูง

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง “จะผลักดันให้เงินเฟ้อโดยรวมสูงขึ้น” ในระยะสั้น โดยให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวหลังการประชุมเฟดเดือนเมษายน ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ลงมติ 8 ต่อ 4 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบ 3.5% - 3.75% นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 1992 ที่มีสมาชิกคณะกรรมการถึง 4 คนลงมติไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ สมาชิกแต่ละคนก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันในการลงคะแนน

 

การประชุมครั้งนี้น่าจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายที่พาวเวลล์ทำหน้าที่ประธานเฟด ก่อนที่วาระการดำรงตำแหน่งของเขาจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี พาวเวลระบุในวันพุธว่า เขาจะยังคงทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ว่าการเฟดต่อไปโดยไม่มีกำหนด แม้จะพ้นจากตำแหน่งประธานแล้วก็ตาม ขณะเดียวกัน เควิน วอร์ช ผู้ที่ทรัมป์เสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนต่อไป ดูมีแนวโน้มจะเข้ารับตำแหน่งสืบต่อจากพาวเวลล์ ตลาดโดยทั่วไปไม่ได้คาดหวังให้เฟดปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้อยู่แล้ว

 

เฟดอาจมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยน้อยลงจากเดิม หากพาวเวลล์ยังคงนั่งในบอร์ดผู้ว่าการต่อไป เพราะจะทำให้จำนวนผู้ว่าการที่มาจากการแต่งตั้งโดยทรัมป์มีเพียง 3 จาก 7 คน แทนที่จะถือเสียงข้างมาก

 

ในช่วงเย็นวันพุธ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ 4 แห่งในกลุ่ม “Magnificent Seven” มีกำหนดประกาศผลประกอบการหลังปิดตลาด ได้แก่ Alphabet, Amazon, Meta Platforms และ Microsoft นักลงทุนมีความคาดหวังสูงว่าบริษัทเหล่านี้จะแสดงให้เห็นรายได้ที่เพียงพอจะรองรับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

“แม้ตลาดจะคาดหวังว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะมีกำไรดีกว่าคาดในการประกาศงบวันพุธนี้ แต่จุดโฟกัสหลักของตลาดอยู่ที่แนวโน้ม (guidance) ล่วงหน้า ทั้งในด้านเส้นทางการเติบโตและจังหวะการลงทุนในอนาคต” คริส บริกาตี หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของ SWBC กล่าว “แต่ละบริษัทเผชิญปัจจัยเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ทว่าการสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากเม็ดเงินลงทุน (capex) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญที่สุด”

 

กลุ่มเทคโนโลยีเป็นจุดอ่อนในการซื้อขายรอบก่อนหน้า หลังวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอังคารว่า OpenAI เพิ่งพลาดเป้ารายได้และการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ในวันพุธ หุ้น Seagate Technology และ NXP Semiconductors ทะยานขึ้นกว่า 11% และ 25% ตามลำดับ หลังจากรายงานผลประกอบการดีกว่าคาดและให้แนวโน้มรายได้ในเชิงบวก