ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 29 เม.ย.2569 เวลา 10.15 น. หุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีบวก นำโดย
- หุ้น IRPC บวก 8.70% เพิ่มขึ้น 0.16 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.00 บาท
- หุ้น TOP บวก 4.86% เพิ่มขึ้น 2.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 48.50 บาท
- หุ้น PTTGC บวก 4.00% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 39.00 บาท
- หุ้น SPRC บวก 3.52% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.35 บาท
- หุ้น IVL บวก 1.96% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 26.00 บาท
- หุ้น BCP บวก 1.39% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 36.50 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มโรงกลั่นไทยดีดตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวันนี้ จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/69 ซึ่งคาดว่าจะออกมาแข็งแกร่ง ขณะที่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมเริ่มคลายความกังวลต่อมาตรการแทรกแซงราคาพลังงานของภาครัฐ หลังมองว่าผลกระทบได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
ทั้งนี้ ปัจจัยในระยะสั้นยังคงอยู่ที่แนวโน้มกำไรไตรมาสแรกที่สดใส โดยได้รับแรงสนับสนุนจากค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับดี อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าในไตรมาส 2/69 ภาพรวมอาจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดพลังงานโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการโรงกลั่นลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยระดับค่าการกลั่นจะมีความแตกต่างกันไปตามคุณภาพน้ำมันดิบและต้นทุนพรีเมียมของแต่ละบริษัท
ในด้านนโยบายภาครัฐ ตลาดเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อประเด็นการแทรกแซงราคาหน้าโรงกลั่น โดยเชื่อว่าโอกาสที่จะมีมาตรการเพิ่มเติมมีจำกัด และผลกระทบต่อกลุ่มโรงกลั่นจะอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ภาพรวมของค่าการกลั่นยังคงแข็งแกร่งในสายตานักลงทุน
ขณะเดียวกัน ประเด็นความเคลื่อนไหวของ OPEC และ United Arab Emirates ที่อาจพิจารณาทบทวนบทบาทในกลุ่ม ได้กดดันราคาน้ำมันในระยะสั้นเล็กน้อย ซึ่งช่วยผ่อนคลายต้นทุนให้กับโรงกลั่นบางส่วน แต่ผลกระทบยังถือว่าจำกัด เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง และทิศทางโควต้าการผลิตยังมีความไม่แน่นอน
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นการซื้อขายระยะสั้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี หลังราคาหุ้นได้ตอบรับปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ PTTEP แนะนำให้ทยอยขายทำกำไร เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย และราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปแล้วในระดับหนึ่ง


