ดัชนี S&P 500 ถอยจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร แนสแด็กปิดลบหลังหุ้นชิปถูกเทขาย ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงส่งแรงกดดันต่อตลาดหุ้น
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงในวันอังคาร (28 เม.ย.69) ได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอของ OpenAI รวมถึงการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน
ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ S&P 500 ลดลง 0.49% ปิดที่ 7,138.80 ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ปรับตัวลง 0.9% ปิดที่ 24,663.80 ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วง 25.86 จุด หรือ 0.05% มาปิดที่ 49,141.93 โดยการปรับตัวลงของดัชนีบลูชิพถูกจำกัดด้วยการดีดตัวขึ้นเกือบ 4% ของหุ้นโคคา-โคลา หลังบริษัทประกาศผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดไว้
ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล OpenAI เพิ่งเผชิญกับอัตราการเติบโตของรายได้และผู้ใช้รายใหม่ที่ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท รายงานยังระบุด้วยว่า ซาราห์ ฟรายเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ได้บอกกับผู้บริหารว่าเธอกังวลว่าในอนาคต OpenAI อาจไม่สามารถชำระสัญญาค่าใช้จ่ายด้านคอมพิวติ้งได้ หากรายได้ไม่ขยายตัวเร็วพอ
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงหลังรายงานดังกล่าว โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) ร่วงลงราว 3% หุ้น Nvidia ร่วงมากกว่า 1% ขณะที่ Broadcom ถอยลงมากกว่า 4% Advanced Micro Devices ลดลงมากกว่า 3% ส่วน Oracle ร่วงลงราว 4%
“มีการขายทำกำไรออกมาบ้างด้วยความระมัดระวังก่อนหน้าสิ่งที่นักลงทุนจะได้ยินจากรายงานผลประกอบการในวันพรุ่งนี้” จากบริษัทในกลุ่ม 7 นางฟ้า Magnificent Seven ส่วนใหญ่ สตีเฟน โคลาโน ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) แห่ง Integrated Partners ระบุ
สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นกำลังรอรับผลประกอบการสำคัญ โดย 5 ใน 7 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีในกลุ่ม “Magnificent Seven” เตรียมรายงานผล ได้แก่ Alphabet, Amazon, Meta Platforms และ Microsoft ที่จะรายงานในวันพุธ ขณะที่ Apple มีกำหนดรายงานในวันพฤหัสบดี
ความเคลื่อนไหวในวันอังคารเกิดขึ้นหลังจาก S&P 500 และแนสแด็กเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ อย่างไรก็ดี แรงบวกของตลาดถูกจำกัดเนื่องจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านดูเหมือนจะหยุดชะงัก
ในช่วงสุดสัปดาห์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกเลิกแผนการส่งผู้แทนพิเศษสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ไปยังปากีสถานเพื่อหารือเรื่องการหยุดยิงในอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า การเจรจาอาจเกิดขึ้นทางโทรศัพท์ เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการวางแผนประชุมระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน
ในด้านข่าวบวกเล็กน้อย โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า ทรัมป์และทีมความมั่นคงแห่งชาติได้หารือถึงข้อเสนอของอิหร่านที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หากสงครามยุติลงและสหรัฐยกเลิกการปิดล้อม
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบก็ปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันอังคาร สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นมากกว่า 3% ปิดที่ 99.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 2.8% ปิดที่ 111.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


