กระแสดรามาในแวดวงการเงินปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ “แอนนาเบล คชนันทน์” เจ้าของเพจ Annabel - Your Wealth Architect ถูกตั้งคำถามถึงบทบาทในฐานะ Private Banker พร้อมข้อครหาสำคัญว่า “มีการเทรดหุ้นแทนลูกค้า” ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในสายงานนี้ หลังเพจเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเริ่มปรากฏตัวในสื่อกระแสหลักมากขึ้น จนกลายเป็นจุดสนใจของทั้งผู้ติดตาม และคนในวงการที่เริ่มเข้ามาตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง
ประเด็นดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน โดยเพจ Gee Money & More ซึ่งระบุว่าทำงานอยู่ในสาย Private Banking ที่สิงคโปร์ ออกมาอธิบายเชิงระบบอย่างละเอียด โดยย้ำว่า Private Banker มีหน้าที่หลักคือ ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์เอง ทุกคำสั่งต้องมีการยืนยันจากลูกค้า และถูกบันทึกเสียง (voice log) เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง หากมีการเทรดโดยไม่ได้รับคำสั่งจะเข้าข่าย Unauthorized Trading ซึ่งผิดกฎอย่างร้ายแรง และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที อีกทั้งในกรณีที่ลูกค้าต้องการมอบอำนาจบริหารพอร์ต ก็ต้องทำผ่าน Discretionary Mandate และผู้ที่มีสิทธิตัดสินใจคือ Portfolio Manager ที่มีใบอนุญาตเฉพาะ ไม่ใช่ Private Banker นอกจากนี้ยังชี้ว่าในทางปฏิบัติ การ “นั่งเทรดแบบเก็งกำไร” ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของลูกค้า Private Banking ที่เน้นการรักษา และต่อยอดความมั่งคั่งมากกว่าการไล่ผลตอบแทนระยะสั้น
เสียงจากฝั่งนักวิชาการอย่าง ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน เจ้าของเพจ “ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง” ระบุว่า ลองมาค่อยๆ แกะกัน ว่าทำไมหลายๆ เพจถึงออกมารุมสกัม แอมนาเบลทั้งเรื่องประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้ยาก และไม่ได้จบสายการเงินโดยตรง ซึ่งในสายงาน Private Banking ระดับสวิสมักต้องมีคุณวุฒิ และเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน อีกประเด็นคือ ความไม่ชัดเจนเรื่องใบอนุญาตในไทย เช่น IC หรือ IP ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในวงการต้องใช้เวลา และความพยายามสูงในการสอบ จึงเกิดความรู้สึก “ถูกคุกคาม” เมื่อมีผู้เล่นรายใหม่ที่ไม่ได้แสดงใบอนุญาตชัดเจนเข้ามาในพื้นที่เดียวกัน
นอกจากนี้ยังมองว่าคอนเทนต์ของแอนนาเบลมีลักษณะเน้นการเล่าเรื่อง (Narrative-driven) มากกว่าการให้ Framework หรือข้อมูลเชิงตัวเลข จึงถูกบางกลุ่มมองว่าเป็น “Financial Poetry” หรือเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจมากกว่านำไปใช้จริงได้ทันที พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการที่สื่อหลายแห่งหยิบยกขึ้นมานำเสนออย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดคำถามเรื่องความเป็นธรรมชาติของกระแส
ในฝั่งผู้มีประสบการณ์ตรง "ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร" นักลงทุนหุ้นปันผลรายใหญ่ ออกมาเล่าประสบการณ์การใช้บริการ Private Banking กว่า 30 ปี (ตั้งแต่รุ่นพ่อ) โดยอธิบายขั้นตอนที่เข้มงวดของระบบ เช่น เงินฝากขั้นต่ำเริ่มเปิดบัญชี 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ การติดต่อจะทำผ่านช่องทางที่ลูกค้ากำหนดไว้เท่านั้น ทุกคำสั่งต้องมีการยืนยันตัวตนหลายชั้น และมีการบันทึกเสียง ไม่มีการสั่งการผ่านบุคคลอื่น และ “ไม่มีการตัดสินใจแทนเจ้าของบัญชีโดยเด็ดขาด” แม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ต้องได้รับการยืนยันซ้ำหลายครั้ง นอกจากนี้ยังเน้นว่าความลับของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ และในบางกรณีเอกสารสำคัญยังต้องส่งมอบถึงมือลูกค้าโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ขณะที่ ประกิต สิริวัฒนเกตุ หรือ “ปิง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ แสดงมุมมองโดยยอมรับตรงๆ ว่าไม่ได้สนใจประวัติส่วนตัวของแอนนาเบลมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับ “ผลงาน” ที่สื่อสารออกมา มองว่า งานเขียนของเธอมีความสามารถในการถ่ายทอดแนวคิดการลงทุนให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย และมีสไตล์การนำเสนอที่ชัดเจนจนสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าการถูกตั้งคำถามหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติของคนที่โดดเด่น และเป็น “ราคาที่ต้องจ่าย” ของการมีตัวตนในพื้นที่สาธารณะ
ด้านแอนนาเบล คชนันทน์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในช่วงกระแสดรามา โดยระบุว่า ช่วงก่อนหน้านี้ที่เธอหายไปจากโซเชียล เป็นเพราะต้องดูแลคุณพ่อที่เข้ารับการผ่าตัด และเพิ่งกลับมาอ่านข้อความจากผู้ติดตามหลังจากอาการของคุณพ่อปลอดภัยแล้ว เมื่อพบว่ามีทั้งคำถาม และข้อกังขาจำนวนมาก เธอจึงตัดสินใจอธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียดในครั้งเดียว
ประเด็นสำคัญเรื่อง “การเทรดหุ้นแทนลูกค้า” เธออธิบายว่า ระบบการทำงานของ Private Banking โดยเฉพาะในสิงคโปร์ อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดมาก ทุกขั้นตอนต้องมีหลักฐานตรวจสอบได้ การติดต่อกับลูกค้าทุกครั้งจะถูกบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน แบงเกอร์ไม่มีสิทธิตัดสินใจซื้อขายเอง แต่ต้องดำเนินการตามคำสั่งของลูกค้าเท่านั้น เมื่อได้รับคำยืนยันแล้ว คำสั่งจะถูกส่งเข้าสู่ระบบที่บันทึกรายละเอียดแบบเรียลไทม์ ทั้งเวลา ราคา และผู้ดำเนินการ หลังจากนั้นยังต้องจัดทำรายงานเข้าสู่ระบบ และมีทีมงานอีกชุดหนึ่งเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนการควบคุมภายใน ทำให้ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส เธอย้ำว่าคำว่า “เทรดให้ลูกค้า” ที่เคยใช้ หมายถึงการดำเนินคำสั่งตามลูกค้า ไม่ใช่การตัดสินใจแทนหรือแอบซื้อขายเอง
ในส่วนของเส้นทางอาชีพที่ถูกตั้งคำถาม ชี้แจงว่า แม้จะไม่ได้จบการเงินโดยตรง แต่เริ่มต้นจากสายงาน Private Banking ในธนาคารไทย ก่อนจะย้ายไปทำงานต่างประเทศตามลำดับ โดยเคยทำงานกับธนาคารระดับสากลทั้งในสิงคโปร์ และยุโรป ก่อนจะไปประจำที่สวิตเซอร์แลนด์ในช่วงหลังของอาชีพ ซึ่งเป็นช่วงที่เธอต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามตลาดทั่วโลก การตอบสนองลูกค้าแบบเรียลไทม์ และการรับมือกับแรงกดดันด้านเป้าหมายทางธุรกิจ จนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว
นอกจากนี้ ระบุว่า ปัจจุบันได้ออกจากระบบธนาคารแบบเดิมแล้ว และเลือกทำงานในรูปแบบ Family Office เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มเดิมอย่างอิสระ โดยมีฐานะทางการเงินส่วนตัวที่มั่นคงเพียงพอ ทำให้ไม่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันด้านยอดขายเหมือนในอดีต และมีเวลามากขึ้นในการทำคอนเทนต์ด้านการเงิน
สำหรับเนื้อหาที่เผยแพร่ในโซเชียล แอนนาเบลยืนยันว่า ตั้งใจสื่อสารให้ “คนทั่วไปเข้าใจได้” จึงเลือกใช้ภาษาที่เรียบง่าย และหลีกเลี่ยงการลงรายละเอียดเชิงเทคนิคหรือข้อมูลตัวเลขที่ซับซ้อน ซึ่งมองว่าเหมาะกับผู้เชี่ยวชาญมากกว่า เธอยังยอมรับว่าใช้เครื่องมือ AI ในการช่วยทำงาน เช่นเดียวกับเครื่องมือทั่วไปในสายงาน และย้ำว่าได้ปฏิเสธงานโฆษณาหลายรายการเพื่อรักษาความเป็นอิสระในการนำเสนอความคิดเห็น
ในประเด็นพอร์ตการลงทุนของกลุ่มลูกค้าระดับสูง เธออธิบายว่า ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ลูกค้าแต่ละรายมีเป้าหมาย และระดับความเสี่ยงต่างกัน บางรายเน้นรักษาเงินต้น และรับผลตอบแทนในระดับไม่สูง ขณะที่บางรายสามารถรับความเสี่ยงได้มาก และกระจายเงินไปยังสินทรัพย์ทางเลือกในสัดส่วนที่สูงกว่า สิ่งที่เธอนำเสนอจึงเป็นเพียง “แนวคิด” หรือภาพรวม ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทุกคนต้องทำตาม
อย่างไรก็ตาม ดรามาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อขัดแย้งส่วนบุคคล แต่สะท้อนความท้าทายในยุคที่ “อินฟลูเอนเซอร์การเงิน” มีบทบาทเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรฐานวิชาชีพยังคงเข้มงวด ระหว่างการทำให้ความรู้เข้าใจง่ายกับการรักษาความถูกต้องเชิงระบบ กลายเป็นเส้นแบ่งสำคัญที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


