"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (27 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,479.13 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.03 จุด หรือคิดเป็น 1.58%นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มบิ๊กแคป โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA ที่ผลักดันดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ ด้านตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค. สะท้อนการส่งออกในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังแข็งแกร่ง
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (27 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,479.13 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.03 จุด หรือคิดเป็น 1.58%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,484.13 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,463.00 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 47,219.93 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 310.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.00 บาท หรือ 6.90% มูลค่าซื้อขาย 4,185.24 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 131.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.54% มูลค่าซื้อขาย 2,803.15 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 149.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.33% มูลค่าซื้อขาย 2,614.20 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.44% มูลค่าซื้อขาย 2,110.80 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 190.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.26% มูลค่าซื้อขาย 2,047.45 ล้านบาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ฟื้นตัวขึ้นมาจากปัจจัยหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ทั้ง DELTA HANA และ KCE สอดคล้องกระแสการลงทุนในด้านเทคโนโลยีทั้งเอไอและดาต้าเซ็นเตอร์ โดย DELTA เพียงตัวเดียวผลักดันดัชนีขึ้นมาถึง 20 จุด
นอกจากนี้ตัวเลขการส่งออกเดือน มี.ค. ที่ประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ สะท้อนการส่งออกในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังแข็งแกร่ง โดยปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลต่อราคาหุ้นในภาพรวม
ในขณะที่วันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,470 จุด และแนวต้าน 1,495 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่การประกาศงบการเงินในกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐสัปดาห์นี้ หากออกมาดีก็จะเป็นอัปไซด์สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน ยังไม่แนะนำหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากราคาปรับเพิ่มขึ้นมาสูง ควรพิจารณากลุ่มที่ค่าพีอียังไม่สูง ราคายังปรับขึ้นไม่มากเมื่อเทียบพื้นฐาน และมีปันผลในระดับที่เหมาะสม ที่น่าสนใจมอง SCB ส่วนนอนแบงก์มอง MTC ระยะยาวแนะนำกลุ่มนิคมอย่าง WHA และ AMATA


