ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่เมื่อคืนที่ผ่านมา หนุนโดยหุ้น Intel ขณะที่นักลงทุนหวังการรื้อฟื้นเจรจาสหรัฐ–อิหร่านเพื่อยุติสงครามอิหร่าน
ซีเอ็นบีซี/บลูมเบิร์ก รายงานว่า ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq Composite ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ (24 เม.ย.69) หลังนักลงทุนได้รับสัญญาณเชิงบวกว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ กับอิหร่านอาจเกิดขึ้นในปากีสถานในเร็ว ๆ นี้
S&P 500 ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของตลาด ปิดบวก 0.8% ที่ระดับ 7,165.08 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง เพิ่มขึ้น 1.63% ปิดที่ 24,836.60 จุด ทั้งสองดัชนียังทำสถิติสูงสุดระหว่างวันครั้งใหม่ด้วย อย่างไรก็ดี ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลง 79.61 จุด หรือราว 0.16% มาปิดที่ 49,230.71 จุด
สำนักข่าว MS NOW รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ปากีสถานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี มีกำหนดเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดในเย็นวันศุกร์ เพื่อหารือกับคนกลางฝั่งปากีสถานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเจรจารอบที่สองกับสหรัฐ
หลังจากมีข่าวดังกล่าว ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ อ่อนตัวลง โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ปิดเหนือระดับ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังร่วงลงไป 1.51% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก ปิดบวกเล็กน้อยเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ผู้แทนพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดี มีกำหนดออกเดินทางในวันเสาร์เพื่อเข้าร่วมการเจรจาในสุดสัปดาห์นี้ โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ กล่าวกับทีวีฟอกซ์นิวส์
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีแผนจะพบกับคณะผู้แทนสหรัฐ และตั้งใจจะยื่นคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรต่อข้อเสนอเพื่อสันติภาพ เหล่าบรรดาเทรดเดอร์ต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของคณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณว่าการเจรจาสันติภาพจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยหวังให้มีการกลับมาขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์อีกครั้ง
- ตลาดให้น้ำหนักผลประกอบการมากกว่า
แม้จะมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ผลประกอบการบริษัทที่แข็งแกร่งและภาวะเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นโดยรวมได้ช่วยพยุงตลาดหุ้น “เราเชื่อว่าการเติบโตของผลประกอบการที่แข็งแกร่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดตอบสนองต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาน้ำมันน้อยลง” แองเจโล คูร์คาฟัส แห่งบริษัทเอ็ดเวิร์ด โจนส์ กล่าว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีกสามสัปดาห์ โดยเขาระบุว่าคำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว
“การประชุมเป็นไปได้ด้วยดีมาก!” ทรัมป์เขียนในโพสต์บน Truth Social “สหรัฐอเมริกาจะทำงานร่วมกับเลบานอนเพื่อช่วยให้ประเทศสามารถปกป้องตนเองจากฮิซบอลเลาะห์ได้” เขาระบุ โดยกล่าวถึงกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้พัฒนาไปสู่ภาวะปะทะกันทางเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านยึดเรือพาณิชย์กันไปมา ทรัมป์ระบุใน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐ “ยิงและทำลายเรือทุกลำ” ที่กำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบดังกล่าว
โรเบิร์ต คอนโซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ The Wealth Alliance มองว่า ไม่ว่าเหตุการณ์ในอิสลามาบัดจะเป็นอย่างไร ตลาดก็ดูเหมือนจะ “เก็บ [ความขัดแย้ง] ไว้ข้าง ๆ และมองทะลุผ่านมันไป” แม้พาดหัวข่าวจากตะวันออกกลางยังสามารถสั่นคลอนตลาดได้ ดังที่เห็นจากการที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq กลับตัวลงจากระดับสูงสุดตลอดกาลเมื่อวันพฤหัสบดี
คอนโซชี้ว่า เนื่องจากทรัมป์เน้นย้ำกรอบเวลาที่สั้นของความขัดแย้ง ลักษณะชั่วคราวตามประวัติศาสตร์ของช็อกด้านอุปทานน้ำมัน และการเปิดฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ตลาดจึงมีความยืดหยุ่นแม้เผชิญภาวะสงคราม
“โดยพื้นฐานแล้ว ตลาดกำลังบอกว่า ‘โอเค สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องระยะสั้น หรือบางทีอาจเป็นแค่คำพูดมากกว่าการกระทำจริง ๆ เราจะวางมันไว้ตรงนี้ แล้วกลับไปโฟกัสที่ปัจจัยพื้นฐาน’” เขากล่าว “[นักลงทุน] รู้สึกดีกับปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้น โดยเฉพาะในสหรัฐ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ตลาดไต่ระดับขึ้นต่อไป”
- ราคาหุ้น Intel พุ่งขึ้นแรงหนุนช่วยหนุนตลาด
การปรับตัวขึ้นของ S&P 500 ในวันศุกร์ได้รับแรงหนุนจากหุ้น Intel ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 23.6% ทำสถิติการปรับขึ้นรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 1987 ผู้ผลิตชิปรายนี้ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ และให้คาดการณ์ผลการดำเนินงานในไตรมาสปัจจุบันในเชิงบวก
แรงหนุนจาก Intel ยังเสริมให้กับการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยในวันศุกร์ กองทุนอีทีเอฟ iShares Semiconductor ETF (SOXX) ปิดบวกเป็นวันที่ 18 ติดต่อกัน และจบสัปดาห์ด้วยผลตอบแทนรวม 11%
อย่างไรก็ตาม สำหรับดัชนีหลักทั้งสามรายสัปดาห์ถือว่าผลลัพธ์แตกต่างกันไป S&P 500 ปิดสัปดาห์เพิ่มขึ้นราว 0.6% ขณะที่ดัชนี Dow ปรับตัวลง 0.4% ส่วน Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5% ในสัปดาห์นี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลดลง หลังจากการตัดสินใจของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ทำให้เส้นทางการรับรองเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนต่อไปเปิดกว้างขึ้น โดยนักลงทุนเพิ่มความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ลดลง 2 จุด (basis points) มาอยู่ที่ 4.31%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี อายุ 10 ปี ลดลง 2 จุดมาอยู่ที่ 2.99%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักร อายุ 10 ปี ลดลง 3 จุดมาอยู่ที่ 4.91%





