วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (24 เม.ย. 2569) ปิดลบ 10.87 จุด ประธานสภาอิหร่านลาออก-โบรกปรับตัวเลขกำไรบจ.ไตรมาส 2

“หุ้นไทย” เช้านี้ (24 เม.ย. 2569) ปิดลบ 10.87 จุด ประธานสภาอิหร่านลาออก-โบรกปรับตัวเลขกำไรบจ.ไตรมาส 2

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (24 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,450.48 จุด โดยปรับตัวลดลง 10.87 จุด หรือคิดเป็น 0.74% นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนีเคลื่อนไหวแดนลบเช้านี้จากความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ด้านประธานสภาอิหร่านประกาศลาออกจากขัดแย้งภายใน โบรกทยอยปรับลดคาดการณ์กำไรบจ.ไตรมาส 2 หลังประเมินผลกระทบ

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (24 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,450.48 จุด โดยปรับตัวลดลง 10.87 จุด หรือคิดเป็น 0.74% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,455.82 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,438.33 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 27,751.36 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 286.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 2.39% มูลค่าซื้อขาย 1,833.07 ล้านบาท
     
  2. TRUE ราคาปิด 13.50 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.17% มูลค่าซื้อขาย 1,775.30 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 190.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.78% มูลค่าซื้อขาย 1,756.20 ล้านบาท
     
  4. SCB ราคาปิด 130.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.14% มูลค่าซื้อขาย 1,529.30 ล้านบาท
     
  5. AOT ราคาปิด 53.75 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 2.71% มูลค่าซื้อขาย 1,196.64 ล้านบาท

 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดเช้าวันนี้ย่อตัวลงราว 10 จุด จากปัจจัยต่างประเทศ และความไม่แน่นอนของการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน รวมถึงการที่ประธานรัฐสภาอิหร่านประกาศลาออกเนื่องจากความขัดแย้งภายใน ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ฟื้นตัวสู่ระดับ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ด้านปัจจัยในประเทศคาดดัชนีได้แรงกดดันเชิงลบ จากการทยอยปรับมุมมองผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนลง โดยผลกระทบที่แท้จริงของสงครามอาจเห็นได้จากงบการเงินไตรมาส 2 เป็นต้นไป

กลุ่มโรงกลั่นที่หนุนดัชนีก่อนหน้านี้ปรับราคาลงมาหลังมีแรงต้านที่มากขึ้น จากแนวโน้มนโยบายภาครัฐอย่างการลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาทต่อลิตร และการขอเงินสนับสนุนจากโรงกลั่นเพิ่มเติมในอนาคต

ในระยะต่อจากนี้ คาดดัชนีแกว่งตัวในทางลบเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,410-1420 จุด แนวต้าน 1,480-1,500 จุด โดยควรจับตาการประกาศงบการเงิน กรณี DELTA ติด cash balance เสี่ยงหลุด SET50 และการปรับดัชนี MSCI คาดว่าจะเป็นแรงกดดันดัชนี

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำชะลอการลงทุนออกไปก่อน กลุ่มที่ยังสามารถซื้อเก็งกำไรได้ส่วนใหญ่อยู่ในธีม Global Play เช่น โรงกลั่นที่ยังมีปัจจัยหนุนดีกว่ากลุ่มอย่าง SPRC ปิโตรเคมีอย่าง PTTGC รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อิงไปกับเทรนด์การลงทุนโลก KCE หากย่อตัวลงมาก็เป็นโอกาสในการเข้าซื้อได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่ม Domestic Play จะมีการปรับฐานในระยะสั้น แต่มีความเป็นไปได้ที่จะมีอัปไซด์หลังช่วงเดือน พ.ค. เป็นต้นไป หากราคาปรับตัวลงมาราว 5-10% อาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ แนะนำ ADVANC, WHA, และ KKP