วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (23 เม.ย.2569) ปิดร่วง 21.13 จุด ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอน-แรงขายบิ๊กแคป DELTA, SCC เข้ากดดัน

“หุ้นไทย” เช้านี้ (23 เม.ย.2569) ปิดร่วง 21.13 จุด ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอน-แรงขายบิ๊กแคป DELTA, SCC เข้ากดดัน

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 เม.ย.2569) ปิดตลาดเช้า อยู่ที่ 1,458.61 จุด โดยปรับตัวลดลง 21.13 จุด หรือคิดเป็น 1.43% นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนีปิดตลาดเช้าในแดนลบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอนส่งราคาน้ำมันฟื้นตัว อุตสาหกรรมรับผลกระทบซัพพลายขาดแคลน SCC ประกาศปิดโรงงาน LSP ชั่วคราว

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 เม.ย.2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,458.61 จุด โดยปรับตัว ลดลง 21.13 จุด หรือคิดเป็น 1.43% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,476.84 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,452.53 จุด และมี มูลค่าซื้อขาย รวม 40,212.98 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. SCB ราคาปิด 132.00 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.86% มูลค่าซื้อขาย 3,349.73 ล้านบาท
     
  2. KBANK ราคาปิด 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 2,870.76 ล้านบาท
     
  3. SCC ราคาปิด 215.00 บาท ลดลง 18.00 บาท หรือ 7.73% มูลค่าซื้อขาย 2,563.78 ล้านบาท
     
  4. GULF ราคาปิด 56.25 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 3.43% มูลค่าซื้อขาย 2,225.98 ล้านบาท
     
  5. PTTEP ราคาปิด 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 2,034.17 ล้านบาท

นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ โดยมีแรงกดดันจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก แม้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ของสหรัฐ ปรับขึ้นเมื่อคืนราว +0.7%, และตลาดแนสแด็กปรับขึ้น 1.6% แต่ฝั่งตลาดเอเชียยังตอบรับเชิงลบ

ด้านราคาน้ำมันดิบ เบรนท์ ปรับตัวขึ้น 1.4% สะท้อนความกังวลด้านซัปพลายขาดแคลน โดยในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีหลายบริษัท หลายกลุ่มอุตสาหกรรม พูดถึงปัญหาการขาดวัตถุดิบแล้ว โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น

ส่วน อุตสาหกรรมไทย SCC ประกาศแผนการหยุดผลิตชั่วคราวโรงงาน Lon Son ที่เวียดนาม หากในเดือนพ.ค. สถานการณ์ยังไม่ได้ดีขึ้น คาดว่าราคาหุ้นอาจตอบรับเชิงลบ

ในเชิงโครงสร้างตลาด แรงกดดันหลักยังมาจากหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA ที่ปรับตัวลงกดดัชนีราว 12 จุด ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ในหลายกลุ่มปรับตัวลงกระจายตัว เช่น SCC, GULF, ADVANC, CPN, CPALL และ KTB 

ขณะที่กระแสฟันด์โฟลว์เริ่มเห็นแรงซื้อกลับในบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นที่ได้อานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความเสี่ยงด้านซัปพลาย เช่น PTTEP, BANPU รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีบางตัว ขณะที่หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เช่น KBANK ยังเคลื่อนไหวแข็งแกร่งกว่าตลาด จากงบออกมาดีกว่าคาดวานนี้ ส่วน BH งบออกเช้านี้ดีกว่าคาดเคลื่อนไหวในแดนบวก

แนวโน้มภาคบ่ายวันนี้ (23 เม.ย.69) คาดยังมีแรงกดดัน แต่อาจมีแรงซื้อกลับในบางกลุ่ม มองกรอบดัชนี แนวรับ 1,450 จุด แนวต้าน 1,470 จุด

กลยุทธ์การลงทุน : มองว่าช่วงที่ตลาดปรับฐานเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นนิคมฯ อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มพลังงานทดแทน ซึ่งช่วงนี้มีกระแสข่าวสนุน เช่น รองนายกเตรียมเจรจาดึง เทคสหรัฐ อย่าง Phononic, GlobalFoundries, Teradyne เข้ามาขยายฐานการผลิตในไทยเพิ่ม และป้อนคำสั่งซื้อให้โรงงานในไทย หุ้นแนะนำชอบ GUNKUL, WHA, และ KCE

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์