หุ้น NETBAY ปรับตัวลดลง 12.36% มาอยู่ที่ 15.60 บาท สาเหตุเกิดจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้บริษัทชำระค่าบริการระบบ National Single Window (NSW) ให้แก่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) มูลค่าที่ต้องชำระตามคำสั่งศาลคือ 323.21 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด
KEY POINTS
- หุ้น NETBAY ปรับตัวลดลง 12.36% มาอยู่ที่ 15.60 บาท ในการซื้อขายช่วงเช้าวันที่ 23 เม.ย. 2569
- สาเหตุเกิดจากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้บริษัทชำระค่าบริการระบบ National Single Window (NSW) ให้แก่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)
- มูลค่าที่ต้องชำระตามคำสั่งศาลคือ 323.21 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด
- บริษัทฯ ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาและจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น
- NETBAY ยืนยันว่าคำพิพากษายังไม่สิ้นสุด และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท
"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 23 เม.ย.2569 หุ้น NETBAY ร่วง 12.36% ลดลง 2.20 บาท มาที่ 15.60 บาท
นางกอบกาญจนา วีระพงศ์ประดิษฐ์ บริษัทเน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทได้มีข้อพิพาททางกฎหมายในศาลปกครองกลาง กรณีการเรียกเก็บค่าบริการระบบ National Single Window (NSW) กับ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) นั้น
โดยในวันที่ 22 เม.ย.69 ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษา ให้บริษัทชำระค่าบริการระบบ NSW จำนวน 323,213,710.54 บาท พร้อมดอกเบี้ย 3% ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่ม 2% ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 321,326,138.96 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่บริษัทและที่ปรึกษากฎหมายได้พิจารณารายละเอียดของคำพิพากษาแล้วมีความเห็นต่างในประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงสำคัญหลายประการ ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น
บริษัทจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อนำเสนอพยานหลักฐานและข้อโต้แย้งในประเด็นอันเป็นสาระสำคัญให้ศาลพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้บริษัท ขอยืนยันว่า คำพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจปกติหรือขีดความสามารถในการให้บริการแต่อย่างใด โดยปัจจุบันบริษัทยังคงมีฐานะทางการเงินและโครงสร้างการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารที่ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาลเพื่อสร้างการเติบโตและมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนแลเต็มกำลัง




