นางลินดา ลีสหะปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ จํากัด (มหาชน) หรือ BH แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทมีรายได้รวมของไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 6,254 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 กําไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 จาก 6,208 ล้านบาท ร้อยละ 3.2 เป็น 1,790 ล้านบาท เทียบกับ 1,734 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 ส่งผลให้ 2568 อัตรากําไรสุทธิเป็นร้อยละ 28.6 ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับร้อยละ 27.9 ในไตรมาส 1 ปี
โดยบริษัทรายงานรายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 6,204 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 จาก 6,120 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยการเติบโตดังกล่าวเป็นผลหลักจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ร้อยละ 4.2 ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลงร้อยละ 3.6 การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลจากการเติบโตของผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (+21.3%), เมียนมา (+15.1%) และบังกลาเทศ (+25.0%) ในไตรมาส 1 ปี 2569 สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยอยู่ที่ร้อยละ 34.3 ขณะที่ต่างชาติอยู่ที่ร้อยละ 65.7 เทียบกับ ร้อยละ 36.1 และ ร้อยละ 63.9% ตามลําดับในไตรมาส 1 ปี 2568
นอกจากนี้ บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดําเนินงานจํานวน 1,567 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 2,124 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจํานวน 5,226 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับ 2,110 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 การเปลี่ยนแปลงเป็นผลมาจากการเพิมขึนในเงินฝากประจําและเงินลงทุนในตราสารหนีจํานวน 2,242 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของเงินจ่ายซื้อที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และคอมพิวเตอร์ซอฟแวร์จํานวน 807 ล้านบาท
โดยบริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจํานวน 23 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับจํานวน 24 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 ตามที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจํานวน 3,922 ล้านบาท ณ วันที 31 มีนาคม 2569 เทียบกับ 3,246 ล้านบาท ณ วันที 31 มีนาคม 2568
ขณะที่ อัตราส่วนสภาพคล่อง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็น 4.5 เท่า เทียบกับ 4.6 เท่า ณ วันที 31 ธันวาคม 2568 และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วเป็น 2.0 เท่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เทียบกับ 2.9 เท่า ณ วันที 31 ธันวาคม 2568





