S&P 500, Nasdaq ปิดตลาดทำนิวไฮ หลังทรัมป์ขยายเวลาหยุดยิงอิหร่าน ขณะที่ผลประกอบการบจ.แกร่งช่วยหนุนความเชื่อมั่น
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดเมื่อวันพุธที่ 22 เม.ย. ที่ระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านออกไป ขณะที่ผลประกอบการภาคธุรกิจที่ออกมารอบล่าสุดแข็งแกร่ง ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนเพิ่มเติม
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดบวก 340.65 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 49,490.03 จุด
- ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 73.89 จุด หรือ 1.05% ปิดที่ 7,137.90 จุด
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดบวก 397.60 จุด หรือ 1.64% ปิดที่ 24,657.57 จุด
ทรัมป์ ระบุว่า การขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่ข้อตกลง 2 สัปดาห์จะสิ้นสุดในวันพุธนั้น มีขึ้นหลังได้รับคำร้องขอจากผู้ไกล่เกลี่ยอย่างปากีสถาน อย่างไรก็ดี กองทัพเรือสหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป และอิหร่านได้ยึดเรือ 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ
การเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญต่ออุปทานน้ำมันโลกประมาณ 20% ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนไม่อาจคาดเดาได้ และเป็นหนึ่งในประเด็นที่ติดขัดในการเจรจา โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจากล่าวว่า การหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีการ "ยกเลิกการปิดล้อม" ดังกล่าว
ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความเชื่อที่ว่าข้อตกลงสันติภาพอาจเริ่มมีเค้าลางชัดเจนขึ้น โดยดัชนี Nasdaq เพิ่งยุติสถิติปรับขึ้นติดต่อกัน 13 วันทำการในวันจันทร์
“ทุกคนเริ่มเอือมกับเรื่องนี้กันแล้ว... เห็นได้ชัดว่าตลาดกำลังมองหาผลลัพธ์ที่เป็นบวก หรืออย่างน้อยก็ผลลัพธ์ที่พอจะรับได้” สตีเฟน มาสซ็อกกา รองประธานอาวุโสของบริษัทหลักทรัพย์ Wedbush Securities ในนครซานฟรานซิสโก กล่าว
“ผลประกอบการออกมาดี แต่คำถามคือถ้ายังอยู่ในภาวะสงครามต่อไป ผลประกอบการจะยังดีต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งแรงหนุนตรงนี้อาจเริ่มอ่อนลงบ้าง อย่างไรก็ดี ในมุมมองของผม ยังมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าน่าสนใจอยู่มาก และยังมีหุ้นราคาถูกอีกไม่น้อย”
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า การเติบโตของกำไรในไตรมาส 1 อยู่ที่ราว 14%
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ "เงินเฟ้อ" จะกลับมาร้อนแรงยังคงมีอยู่ โดยราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจปรับสูงขึ้นได้อีก
สำหรับดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 พุ่งขึ้นราว 2.31% มากที่สุดในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี นำโดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มชิป เช่น Micron Technology ที่ทะยานขึ้น 8.48% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 487.48 ดอลลาร์ โดยดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีปรับขึ้น 15 วัน ในช่วง 16 วันทำการล่าสุด
ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor Index ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันเป็นวันที่ 11 ติดต่อกัน และปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 16 ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หุ้น Seagate เพิ่มขึ้น 3.57% หลังธนาคาร Barclays ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรายนี้ขึ้นสู่ระดับ “overweight”
ผลประกอบการหนุนความเชื่อมั่น
การเริ่มต้นฤดูกาลรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ แม้ราคาพลังงานจะพุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่านก็ตาม
ข้อมูลจากธนาคาร Goldman Sachs ระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของบริษัทในดัชนี S&P 500 สำหรับปี 2026 และ 2027 ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 4% นับตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.
หุ้น GE Vernova พุ่งขึ้น 13.75% เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากที่สุดในดัชนีอ้างอิง S&P หลังผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานรายนี้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปี ขณะที่หุ้น Boston Scientific ผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์ ทะยานขึ้น 8.99% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 1
หุ้น Boeing ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ ปรับขึ้น 5.53% หลังขาดทุนรายไตรมาสน้อยกว่าที่ตลาดคาด และเป็นแรงหนุนมากที่สุดต่อดัชนี Dow
อย่างไรก็ดี หุ้น United Airlines ร่วง 5.58% หลังคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 และกำไรทั้งปีต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทประเมินไว้ จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นซึ่งบีบอัตรากำไร และทำให้แนวโน้มระยะสั้นของบริษัทเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น
หลังตลาดปิดทำการ หุ้นรถยนต์ไฟฟ้า "Tesla" ปรับขึ้น 4.6% หลังรายงานกระแสเงินสดอิสระไตรมาส 1 ออกมาเป็นบวกเหนือความคาดหมาย
ส่วนหุ้น Spirit Airlines ซึ่งซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ พุ่งขึ้นมากกว่าเท่าตัวสู่ระดับ 1.50 ดอลลาร์ หลังหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า รัฐบาลทรัมป์ใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อช่วยเหลือสายการบินต้นทุนต่ำที่กำลังประสบปัญหารายนี้
ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 52 สัปดาห์จำนวน 31 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 5 ตัว ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 118 ตัว และทำจุดต่ำสุดใหม่ 57 ตัว
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐอยู่ที่ 1.608 หมื่นล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 1.83 หมื่นล้านหุ้นต่อวันในช่วง 20 วันทำการล่าสุด





