SCC แจ้งชัตดาวน์ “โรงงาน LSP” ในเวียดนามชั่วคราว ช่วงกลางเดือนพ.ค. นี้ เหตุฮอร์มุซยืดเยื้อ ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง กระทบต้นทุน 250 ล้านบาทต่อเดือน ถือเป็นโรงงานปิโตรเคมีแห่งที่ 2 ของบริษัท
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (หรือ “SCC”) ได้รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทราบเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 กรณีการหยุดเดินโรงงานโอเลฟินส์ชั่วคราวของ บริษัทระยอง โอเลฟินส์ จำกัด (หรือ “ROC”) จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น
โดย SCC ขอเรียนให้ทราบว่า สถานการณ์ดังกล่าวยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง โดยยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายได้ในระยะเวลาอันใกล้ในช่วงที่ผ่านมาเอสซีจีได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสมในเชิงพาณิชย์ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น นอกช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงานและ ลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียให้น้อยที่สุด
แม้จะได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม จากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อและอยู่นอกเหนือการควบคุม ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบมีข้อจำกัดทั้งด้านราคาและความต่อเนื่อง SCC ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน Long Son Petrochemicals Co.,Ltd. ประเทศเวียดนาม (หรือ “LSP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ เป็นการชั่วคราว ในช่วงประมาณกลางเดือน พฤษภาคม 2569 ในการหยุดโรงงาน LSP ดังกล่าวมีผลกระทบต่อต้นทุนโดยประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน
ในช่วงระยะเวลาที่หยุดการดำเนินงานชั่วคราว LSP จะดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อม สำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อให้โรงงานและ เครื่องจักรมีความพร้อมในการดำเนินงาน และสนับสนุนแผนการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใน ระยะยาวให้เป็นไปตามกำหนดการ
เอสซีจีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความไม่ แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ นอกจากการหยุดโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSP และ ROC) ดังกล่าวแล้ว การดำเนินงานของโรงงาน ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่นๆ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจี ยังคงดำเนินการตามปกติโดยมีการปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และหากมีความคืบหน้าที่สำคัญ SCC จะแจ้งให้ทราบต่อไป





