วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

ลุ้น ‘สมนึก’ ปมหุ้น MORE 21 พ.ค. หลังอัยการ ส่งฟ้อง ‘เฮียม้อ-ปุณฑรีก์’ เข้าสู่กรบวนการศาล

ลุ้น ‘สมนึก’ ปมหุ้น MORE 21 พ.ค. หลังอัยการ ส่งฟ้อง ‘เฮียม้อ-ปุณฑรีก์’ เข้าสู่กรบวนการศาล

คดีประวัติศาสตร์ “ตลาดทุนไทย” มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง “อัยการคดีพิเศษ” นำตัว “เฮียม้อ-ปุณฑรีก์” ส่งฟ้องศาลอาญา “คดีหุ้นมอร์” เรียบร้อยแล้ว ด้าน “สมนึก ตงฮั้ว” เป็นตามกำหนดการเดิมให้มารายงานตัว 21 พ.ค. 69 หลังมีการยื่นข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านคณะกรรมการป.ป.ช.    

ลุ้น ‘สมนึก’ ปมหุ้น MORE 21 พ.ค. หลังอัยการ ส่งฟ้อง ‘เฮียม้อ-ปุณฑรีก์’ เข้าสู่กรบวนการศาล

ความคืบหน้าล่าสุดวานนี้ (22 เม.ย.2569) พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ในส่วนของผู้ต้องหาหลัก ได้แก่ นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือ “เฮียม้อ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE และ น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ หรือ GSC ขณะนี้ พนักงานอัยการได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลอย่างเป็นทางการ

 

โดยในช่วงเช้าของวันนัดหมาย (22 เม.ย.69) ไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายเดินทางมาพบพนักงานอัยการตามกำหนด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรอการเข้ารายงานตัวตามคำสั่ง พร้อมระบุว่า หากผู้ต้องหาไม่เดินทางมา อาจต้องประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อติดตามตัว และพิจารณาดำเนินการขอออกหมายจับต่อไป 

อย่างไรก็ตาม ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. นายอมฤทธิ์ และ น.ส.ปุณฑรีก์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการตามกำหนด ก่อนที่อัยการจะนำตัวส่งฟ้องต่อศาลอาญา โดยผู้ต้องหาทั้งสองรายหลบเลี่ยงสื่อมวลชน และใช้เส้นทางด้านหลังของศาลในการเข้ารายงานตัว

สำหรับ ข้อกล่าวหาที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาล ครอบคลุมความผิดหลายประการ ได้แก่ การร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น MORE ซึ่งเป็นการกระทำที่มีลักษณะต่อเนื่องและมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์เบี่ยงเบนไปจากสภาพปกติของตลาด นอกจากนี้ยังถูกกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 และ 244/5

ในส่วนของขั้นตอนถัดจากนี้จะอยู่ภายใต้อำนาจของศาลในการพิจารณารับฟ้อง รวมถึงการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) ของผู้ต้องหา โดยศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาของข้อกล่าวหา และความเสี่ยงในการหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ต้องหาอีกรายคือ นายสมนึก กยาวัฒกิจ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ตงฮั้ว เป็นตามกำหนดการเดิมที่ทางอัยการพิเศษให้มารายงานตัว 21 พ.ค. 2569 เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ เหตุการณ์หุ้น MORE เกิดขึ้นวันที่ 10 พ.ย. 2565 มีการส่งคำสั่งซื้อแบบ ATO ที่ราคา 2.90 บาทต่อหุ้น รวมกว่า 1,531 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติกว่า 10 เท่า พร้อมกระจายคำสั่งผ่านโบรกเกอร์มากกว่า 10 แห่ง และใช้ช่องทาง NVDR เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้น

โดยความเสียหายรวมอยู่ที่ราว 4,500 ล้านบาท หลังผู้ซื้อไม่ชำระค่าหุ้น ทำให้โบรกเกอร์ต้องรับภาระแทน ขณะที่ ปปง. ได้อายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง 36 รายการ มูลค่ากว่า 5,300 ล้านบาท แม้ผู้เกี่ยวข้องบางส่วนอ้างว่าไม่รู้เห็น แต่ศาลพบหลักฐานเชื่อมโยง เช่น การใช้ IP Address เดียวกัน และเส้นทางการเงินที่โอนระหว่างกันจำนวนมาก จึงวินิจฉัยว่าเป็นการวางแผนหลอกลวงเพื่อขอวงเงินซื้อขายโดยไม่มีเจตนาชำระเงินจริง

คดีนี้จึงถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญของตลาดทุนไทย ในการรับมือการทุจริตรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างบัญชีซับซ้อน 

โดยคดีหุ้น MORE ไม่ได้สะท้อนแค่พฤติกรรมปั่นหุ้นและฉ้อโกงเป็นขบวนการ แต่ยังชี้ให้เห็นช่องโหว่สำคัญของระบบตลาดทุน ทั้งการใช้บัญชีแทน การอำพรางตัวตนผ่าน NVDR และการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงคำสั่งซื้อขายข้ามโบรกเกอร์ ซึ่งศาลพิจารณาจากเส้นทางการเงินและหลักฐานดิจิทัลแล้ว เห็นว่าเข้าข่ายความผิดทั้งฉ้อโกงและฟอกเงิน กลายเป็นบทเรียนให้หน่วยงานกำกับต้องยกระดับการตรวจสอบให้เข้มงวดมากขึ้น

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลแพ่งในคดีหุ้น MORE ซึ่งมีความยาวกว่า 1,100 หน้า ระบุถึงแผนการที่ซับซ้อนของผู้ต้องหารวม 42 ราย ที่ร่วมกันสร้างธุรกรรมอำพรางผ่านกลุ่ม “บัญชี” โดยมีการสั่งการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน Line และใช้โปรแกรมอัตโนมัติ (BOT) ในการส่งคำสั่งซื้อขาย

โดยขบวนการดังกล่าวยังใช้ “บัญชีตัวแทน” โดยเจ้าของบัญชีมอบ Username และ Password ให้ผู้อื่นส่งคำสั่งซื้อขายแทน แลกส่วนแบ่งผลประโยชน์ 70 : 30

คดีหุ้น MORE จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้วัดความจริงจังของการบังคับใช้กฎหมาย และความสามารถของตลาดทุนไทยในการอุดช่องโหว่ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม คดีหุ้น MORE ถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญของตลาดทุนไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการกระทำผิดที่มีความซับซ้อน ทั้งการใช้บัญชีซื้อขายแทน (Nominee) การอำพรางตัวตนผ่านเครื่องมือทางการเงิน และการเชื่อมโยงคำสั่งซื้อขายผ่านระบบเทคโนโลยี ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญต่อการยกระดับมาตรการกำกับดูแล