วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

BTS ดีดแรง 6.73% หลังรัฐเล็งซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า ลุ้นรายได้มั่นคงระยะยาว

BTS ดีดแรง 6.73%  หลังรัฐเล็งซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า ลุ้นรายได้มั่นคงระยะยาว

ความคืบหน้าตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 22 เม.ย.2569 เวลา 10.30 น.หุ้น BTS หรือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บวก 6.73% เพิ่มขึ้น 0.14 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.22 บาท 

BTS ดีดแรง 6.73%  หลังรัฐเล็งซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า ลุ้นรายได้มั่นคงระยะยาว

สุพพตา ศรีสุข นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในการซื้อขายวันนี้ หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับแนวคิดของภาครัฐในการพิจารณาซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจากภาคเอกชน ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด

ทั้งนี้มาจากถ้อยแถลงของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ผ่านมา (21 เม.ย.2569) ซึ่งกล่าวถึงแนวคิดในการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า แม้ยังไม่มีรายละเอียดเชิงลึกหรือรูปแบบดำเนินการที่ชัดเจน แต่ถือเป็นประเด็นเชิงบวกในเชิงจิตวิทยาตลาด

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองเชิงพื้นฐาน หากแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะส่งผลดีต่อ BTS หลายด้าน โดยเฉพาะการลดภาระการรับรู้ผลขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ภาครัฐจะปรับรูปแบบการดำเนินงานจากระบบสัมปทาน มาเป็นการว่าจ้าง BTS ให้เป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ที่มีความมั่นคงมากขึ้น และลดความเสี่ยงทางธุรกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน แต่ทว่ายังคงคำแนะนำถือ หุ้น BTS ในระยะนี้ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ หากยังไม่รวมผลของแนวคิดการซื้อคืนสัมปทาน อีกทั้งในระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน เนื่องจากแผนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นของแนวคิด

ทั้งนี้ ประเด็นการซื้อคืนสัมปทานถือเป็นโอกาสสำคัญในอนาคต ซึ่งหากมีความชัดเจนมากขึ้น จะส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้น BTS ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้านโยบายดังกล่าวจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีผลต่อโครงสร้างรายได้และทิศทางการดำเนินธุรกิจของ BTS ในระยะถัดไป

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบตั๋วร่วม โดยขณะนี้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 (พ.ร.บ.ราง) รมถึง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ.2568 (พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) ผ่านวุฒิสภาแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการจัดทำกฎหมายลูก ซึ่งหากกระบวนการนี้แล้วเสร็จจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

หลังจากนั้นจะเริ่มขั้นตอนการซื้อคืนรถไฟฟ้าจากเอกชน เพื่อเริ่มจัดทำแนวคิดการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียว (Single Ownership) คือ โอนย้ายรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายไปอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สามารถบริหารจัดการระบบร่วมกัน 

พร้อมจัดทำอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าภายใต้กรอบราคาเดียวกัน แตะจ่ายค่าโดยสารอย่างสะดวกด้วยบัตรใบเดียว คือ บัตร EMV Contactless