"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (21 เม.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,483.50 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.65 จุด หรือคิดเป็น 0.11% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีมีความผันผวนในกรอบแคบ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังไหลออกต่อเนื่อง 3 วัน รมว.คลังยืนยันไม่เร่งขยายเพดานหนี้ คาดหนุนแนวโน้มการจัดอันดับเรตติ้งเป็นปัจจัยบวก
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (21 เม.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,483.50 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.65 จุด หรือคิดเป็น 0.11%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,487.28 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,478.57 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 57,803.24 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 183.50 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ -2.39% มูลค่าซื้อขาย 10,736.16 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 32.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ +5.65% มูลค่าซื้อขาย 4,703.44 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 135.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ -0.74% มูลค่าซื้อขาย 4,101.89 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 167.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ +1.82% มูลค่าซื้อขาย 2,802.02 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 305.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ -0.65% มูลค่าซื้อขาย 2,157.34 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุน และกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าตลาดอื่นในภูมิภาค เนื่องจากก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ปรับตัวลงเยอะ ทำให้เมื่อปรับขึ้นก็อาจจะไม่ได้เยอะมากเช่นกัน สำหรับฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังไหลออกต่อเนื่องตลอด 3 วัน
ด้านปัจจัยภายในประเทศมีแนวโน้มผ่อนคลาย เนื่องจากครม. ออกมาปฏิเสธ หรือมีท่าทีไม่รีบเร่ง ในประเด็นเรื่องการขยายเพดานนี้และพรบ.เงินกู้ที่ได้มีการเสนอมาก่อนหน้านี้ ลดความเสี่ยงด้านเครดิตทางการคลังลง
ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในทางบวก แนวรับ 1,480 จุด แนวต้าน 1,495 จุด โดยต้องจับตาการประกาศการจัดอันดับเครดิต หากมีการเปลี่ยนมุมมองจาก negative เป็น stable คาดว่าจะเป็นอัปไซด์ต่อตลาดหุ้นไทย และดึงฟันด์โฟลว์ให้ไหลกลับได้


