"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (21 เม.ย. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,483.99 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.14 จุด หรือคิดเป็น 0.14% นักวิเคราะห์มองว่าตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นบิ๊กแคปกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีการซื้อขายหนาแน่น รวมถึงมีความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างอิหร่าน-สหรัฐ
"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (21 เม.ย. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,483.99 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.14 จุด หรือคิดเป็น 0.14% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,487.28 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,476.57 จุด และมี มูลค่าซื้อขาย รวม 33,592.25 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 181.50 บาท ลดลง 6.50 บาท หรือ -3.46% มูลค่าซื้อขาย 6,664.04 ล้านบาท (ขึ้นเครื่องหมาย XD)
- KTB ราคาปิด 33.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ +6.45% มูลค่าซื้อขาย 3,994.73 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ +1.10% มูลค่าซื้อขาย 1,675.67 ล้านบาท (ขึ้นเครื่องหมาย XD)
- BBL ราคาปิด 167.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ +1.52% มูลค่าซื้อขาย 1,451.92 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 303.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ -1.30% มูลค่าซื้อขาย 1,087.78 ล้านบาท
นายอภิชาติ เลิศสาครศิริ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และนายอภิสิทธิ์ ภัทรสกลเกียรติ นักวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด หรือ SBITO ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (21 เม.ย.) มีโอกาสฟื้นตัวจากแรงซื้อกลับของหุ้นบิ๊กแคป รวมถึงความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันพุธถึงวันพฤหัสบดีนี้
ปิดกลบความกังวลของนักลงทุนเนื่องจากข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่จะสิ้นสุดในวันพุธนี้จะไม่ถูกขยายเวลาออกไป โดยยังคงต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกดดันอัปไซด์การฟื้นตัวของดัชนีได้
สำหรับหุ้น KTC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อน โดยเป็นผลจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่ม และค่าใช้จ่ายรวม ตั้งสำรองลดลงถึง 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนการคัดกรองลูกหนี้มีประสิทธิภาพ และต้นทุนทางการเงินลดลง แต่ปัจจัยที่ตลาดยังกังวลคือความสามารถในการบริโภคในไตรมาสต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงภาวะสแต็กเฟลชัน
ด้าน ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวลงวานนี้กว่า 2.63% หลังคณะกรรมการอิสระไม่เห็นชอบแผนโอนย้าย 3 บริษัทย่อยด้านการเงินไปยัง ACM Holding Asset Money เนื่องจากกำไรของ 3 บริษัทดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของกำไรรวมของ CPALL โดยประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปนี้คือ การตัดสินใจจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค.นี้ มองช่วงสั้นราคาหุ้นมีโอกาสทำรีบาวด์แต่อัปไซด์ยังจำกัดเนื่องจากยังต้องรอความชัดเจนจากประเด็นดังกล่าว
ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (21 เม.ย.) คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,476-1,466 จุด และแนวต้าน 1,488-1,500 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ การประชุมครม. วันนี้ เพื่อติดตามการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือต่างๆ
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ ADVANC เป้าหมายปี 69 รายได้หลักเติบโต 3-5% ขับเคลื่อนโดย ARPU ดีขึ้น และความต้องการ Data ที่พุ่งสูงขึ้น ต่อมาคือ MOSHI ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตที่ 15–20% จากช่วงเดียวกันปีก่อนผ่านแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 35 สาขา เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในย่านสถานศึกษาและชุมชนมากขึ้น อีกฝั่งหนึ่งมอง TVO จากเริ่มรับรู้รายได้จากสายการผลิตใหม่ ทำให้วอลุมน้ำมันถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองทำนิวไฮ รวมถึงการกำลังการผลิตเสริมมาร์จินดีขึ้น





