วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

โบรกชี้หุ้น ‘ซีพีออลล์’ กระทบสั้น แรงกดดัน ‘สุญญากาศทางมติ’ ลุ้นประชุมผู้ถือหุ้น 29 พ.ค.นี้ 

โบรกชี้หุ้น ‘ซีพีออลล์’ กระทบสั้น แรงกดดัน ‘สุญญากาศทางมติ’ ลุ้นประชุมผู้ถือหุ้น 29 พ.ค.นี้ 

จับตาบอร์ด “ซีพีออลล์” มีมติ “ไม่เห็นชอบ” แผนโอน 3 บริษัทย่อยเข้ากลุ่ม “เวอร์ชวลแบงก์” ของเครือซีพี หวั่นกระทบศักยภาพการแข่งขันและฐานกำไรหลัก ด้านราคาหุ้นร่วง 2.63% “บล.บัวหลวง” มองกระทบราคาหุ้นระยะสั้น เหตุต้องรอผลโหวต 29 พ.ค. นี้ “บล.หยวนต้า” มองกังวลกระทบกำไรจะลดลง “บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส” มองเชิงพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องตามแผน

เป็นประเด็นร้อนแรงทันที ภายหลังบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติโดยกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียมีมติไม่เห็นด้วยในการให้ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของ “ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา” (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเครือเจริญโภคภัณฑ์ 

โบรกชี้หุ้น ‘ซีพีออลล์’ กระทบสั้น แรงกดดัน ‘สุญญากาศทางมติ’ ลุ้นประชุมผู้ถือหุ้น 29 พ.ค.นี้ 

โดยมีความเห็นสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทที่เห็นว่า บริษัทย่อยของบริษัททั้ง 3 แห่งดังกล่าว มีบทบาทสำคัญและเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของบริษัทอย่างใกล้ชิด โดยเป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน สร้างรายได้ และสนับสนุนการเติบโตของร้านค้าเซเว่นอีเลฟเว่น

ขณะที่ ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น CPALL วานนี้ (20 เม.ย.69) ปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดตลาด โดยหุ้น CPALL ทำจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 45.25 บาท ก่อนจะมาปิดตลาดอยู่ที่ 46.25 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.63% สะท้อนราคาหุ้นระยะสั้นยัง “ถูกกดดัน” จากความไม่ชัดเจน ดังนั้น ผูู้ถือหุ้นรายย่อยคือตัวแปรสำคัญในวันประชุมผู้ถือหุ้น 29 พ.ค. 2569 

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)บัวหลวง เปิดเผยว่า หลัง บมจ. ซีพี ออลล์  หรือ CPALL ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีมติการปรับโครงสร้างบริษัทย่อย เพื่อรองรับทิศทางธุรกิจ Virtual Bank ของกลุ่มคอร์ปอเรท โดยเรามีมุมมองเป็น “กลาง” (Neutral) แม้ภาพรวมความชัดเจนจะเริ่มมีมากขึ้น แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น

จากการชี้แจงล่าสุด มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของการเสนอมติปรับโครงสร้าง เกิดจาก CP group (ผู้ได้รับใบอนุญาต virtual bank) ได้รับคำแนะนำให้พิจารณารวบรวมธุรกิจการเงินในเครือไว้ภายใต้บริษัทเดียวกัน โดยทาง CPALL มองว่าการปรับโครงสร้างบริษัทย่อยครั้งนี้อาจทำเกิดความซับซ้อนการดำเนินงานในอนาคต บอร์ดจึงมีมติไม่เห็นชอบกับการปรับโครงสร้าง

ดังนั้น การโหวตผู้ถือหุ้นครั้งนี้เป็นเพียงการอนุมัติในหลักการให้มีการนำบริษัทย่อยเข้ารวมกลุ่มธุรกิจ virtual bank ของเครือหรือไม่ จึงยังไม่มีเปิดเผยสิ่งตอบแทนและการจัดทำ IFA แต่อย่างใด และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะร่วมลงทุนธุรกิจธนาคารไร้สาขาในอนาคตในรูปแบบอื่นอีกหรือไม่ เพราะผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกิน 10% มีอำนาจในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้

แม้การชี้แจงจะช่วยลดความคลุมเครือลงไปได้บ้าง แต่มองเป็นกลางต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากประชุมยังคงมองว่าตราบใดที่ผลโหวตยังไม่ชัดเจนจนถึงวันที่ 29 พ.ค. ประเด็นนี้น่าจะยังเป็นปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อราคาหุ้น CPALL และ CPAXT ดังนั้น แนะนำ “รอซื้อ” CPALL ประเมินราคาเป้าหมายที่ 60 บาท และ “ถือ” CPAXT ประเมินราคาเป้าหมายที่ 17 บาท

นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้น CPALL เผชิญแรงกดดันภายหลังบริษัทแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยประเด็นหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อแผนปรับโครงสร้างธุรกิจการเงินภายในเครือ เพื่อรองรับการขอใบอนุญาต Virtual Bank

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกังวลจากการที่คณะกรรมการบริษัทไม่เห็นชอบแผนโอนย้าย 3 บริษัทย่อยด้านการเงินไปยัง ACM Holding Asset Money ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมธุรกิจการเงินไว้ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก ต้องรอการตัดสินใจจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค. นี้ โดยมองว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยจะเป็นตัวแปรสำคัญในการลงมติครั้งนี้

โดย 3 ประเด็นหลักที่กดดันราคาหุ้นในระยะสั้น ประการแรก ความเสี่ยงต่อกำไรสุทธิ เนื่องจากบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่งที่อยู่ในแผนโอนย้าย สร้างสัดส่วนกำไรราว 20% ของกำไรรวม ทำให้ตลาดกังวลว่าการปรับโครงสร้างอาจกระทบฐานกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

ประการที่สอง ความไม่ชัดเจนของสิ่งตอบแทน นักลงทุนยังไม่ทราบแน่ชัดว่า CPALL จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบใด ระหว่างเงินสด หรือการแลกหุ้น ซึ่งหากเป็นการถือหุ้นในธุรกิจใหม่ ก็จะทำให้บริษัทต้องรับความเสี่ยงร่วมกับกิจการ Virtual Bank

และประการสุดท้าย ความเสี่ยงของธุรกิจ Virtual Bank ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งโดยธรรมชาติของธุรกิจมักต้องใช้เวลา และอาจขาดทุนในระยะแรก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่า CPALL อาจต้องรับรู้ผลขาดทุน แทนรายได้ที่มีความมั่นคงจากธุรกิจเดิม

ทั้งนี้ หากผลโหวตในวันที่ 29 พ.ค.2569 ออกมาเป็นไม่เห็นด้วยต่อแผนโอนย้ายธุรกิจ ความกังวลเรื่องกำไรอาจหายไปจะคลี่คลายลง และมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้ในระยะถัดไป

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส บอกว่า คาดการณ์กำไรหลัก (core profit) งวดไตรมาส 1 ปี 2569 ไว้ที่ 8.06 พันล้านบาท เติบโต 6.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 10.9% ไตรมาสก่อน ซึ่งการขยายตัวมาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven) ที่แข็งแกร่งขึ้น และการขยายสาขา CVS อย่างต่อเนื่อง รวมถึงยอดขายที่เติบโตและมาร์จินที่ดีขึ้น คาดจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเล็กน้อยที่ 20 ล้านบาท 

นอกจากนี้ SSSG กลับมาเป็นบวก 1.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย, การใช้จ่ายก่อนการเลือกตั้ง, จำนวนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัว ทำให้จำนวนลูกค้าเพิ่มเป็น 976 คน/สาขา/วันและขนาดการซื้อ (Ticket size) คาดอยู่ที่ 88 บาท/บิล ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน