"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,479.85 จุด โดยปรับตัวลดลง 2.60 จุด หรือคิดเป็น 0.18% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงกดดันเฉพาะตัวในหุ้นกลุ่มบิ๊กแคป ร่วมกับความไม่แน่นอนปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,479.85 จุด โดยปรับตัวลดลง 2.60 จุด หรือคิดเป็น 0.18%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,484.97 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,472.24 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 29,359.21 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- SCB ราคาปิด 135.50 บาท ลดลง 9.50 บาท หรือ 6.55% มูลค่าซื้อขาย 4,284.85 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 141.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 2.76% มูลค่าซื้อขาย 2,033.32 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 188.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.26% มูลค่าซื้อขาย 1,947.41 ล้านบาท
- CPALL ราคาปิด 46.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 3.16% มูลค่าซื้อขาย 1,828.88 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 34.50 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.72% มูลค่าซื้อขาย 1,214.74 ล้านบาท
นางสาวจิตรา อมรธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ FSSIA เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดผันผวนตามพัฒนาการสงคราม โดยล่าสุดมีแรงกดดันอีกครั้งหลังอิหร่านกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมีเรือสินค้าถูกโจมตีส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้งล่าสุดอยู่ที่ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดกลับมาหนุนหุ้นพลังงานต้น-กลางน้ำอีกครั้ง
ขณะที่การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่และเมื่อใดส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงกดดันโดยตลาดหุ้นเอเชียและตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐปรับตัวในแดนลบเช้านี้
นอกจากนี้ หุ้นขนาดใหญ่บางตัวมีปัจจัยกดดันเฉพาะเช่น DELTA ที่ยังคงติด Cash Balance ส่วน SCB ขึ้น XD จ่ายปันผลวันนี้ 9.28 บาท/หุ้น รวมถึงกลุ่ม CPALL-CPF ที่มี Sentiment ลบจากข่าวปรับโครงสร้างแยกธุรกิจ License การเงิน
ในวันนี้ (20 เม.ย.) ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,470 จุด แนวต้าน 1,490 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประกาศงบการเงินกลุ่มธนาคารในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้สำคัญสำหรับกลุ่ม Real Sector ที่จะทยอยประกาศตามมา รวมถึงติดตามการประชุมครม. ว่าจะมีการเคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างไร โดยเฉพาะคนละครึ่งพลัสเฟส 2
ด้านกลยุทธ์การลงทุนใช้กลยุทธ์ “Barbell” ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย โดยหุ้นเด่นเดือน เม.ย. ให้ CPALL, CPF, GULF, KTB, และ PRM ส่วนหุ้นเด่นวันนี้มอง PTTEP





