วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,100 ครั้งแรก รับอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,100 ครั้งแรก รับอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ดัชนี S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,100 ครั้งแรก แนสแด็กทำสถิติขึ้นติดต่อกันยาวนานสุดตั้งแต่ปี 1992 หลังจากอิหร่านประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดอย่างเต็มรูปแบบ”

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในวันศุกร์ (17เม.ย.69) หลังจากอิหร่านประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดอย่างเต็มรูปแบบ” ต่อเนื่องจากข่าวการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน

ดัชนี S&P 500 กระโดดขึ้น 1.2% มาปิดที่ 7,126.06 ทะลุระดับ 7,100 เป็นครั้งแรก

ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite บวก 1.52% ปิดที่ 24,468.48 เป็นวันที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 13 และเป็นสถิติช่วงบวกยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 1992 ทั้งสองดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งระหว่างวันและระดับปิดตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 868.71 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 49,447.43 ขณะที่ดัชนี Russell 2000 ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยดัชนีหุ้นขนาดเล็กนี้พุ่งขึ้นมากกว่า 2%

ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันศุกร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านนายอับบาส อารักชี เขียนว่า “สอดคล้องกับข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน การสัญจรของเรือพาณิชย์ทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกประกาศให้เปิดอย่างสมบูรณ์ในช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง บนเส้นทางที่ประสานงานไว้แล้วตามที่องค์การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประกาศก่อนหน้านี้”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้นำของอิสราเอลและเลบานอนตกลงกันหยุดยิง 10 วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันเดียวกัน

ราคาน้ำมันร่วงส่งแรงหนุนตลาดหุ้น

ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักหลังประกาศของอิหร่าน เนื่องจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านอุปทานลดลง สัญญาฟิวเจอร์ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ดิ่งเกือบ 12% ปิดที่ 83.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล ร่วงลง 9% ปิดที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ทรัมป์ ซึ่งได้ขอบคุณอิหร่านที่เปิดช่องแคบดังกล่าวในโพสต์บน Truth Social เมื่อวันศุกร์ ระบุในโพสต์อีกฉบับว่า อิหร่านตกลงที่จะไม่ปิดเส้นทางน้ำนี้อีกต่อไป เขายังกล่าวในอีกโพสต์หนึ่งว่า การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยกองทัพเรือสหรัฐจะ “ดำเนินต่อไปอย่างเต็มรูปแบบ” จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติกับเตหะราน พร้อมเสริมว่า “กระบวนการนี้ควรจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากประเด็นส่วนใหญ่ได้เจรจากันไว้แล้ว”

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดช่องแคบอาจมีข้อจำกัด โดยสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า เรือและสินค้าที่เชื่อมโยงกับประเทศศัตรูจะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเส้นทางนี้เป็นต้น นอกจากนี้รายงานของทัสนิมยังระบุว่า ช่องแคบจะถูกปิดอีกครั้งหากการปิดล้อมของสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป

ยังไม่แน่ชัดว่าเรือจะต้องจ่ายค่าผ่านทางเพื่อใช้เส้นทางน้ำนี้หรือไม่

 

หุ้นในอุตสาหกรรมสำคัญที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบ เช่น สายการเดินเรือท่องเที่ยว (cruise lines) และสายการบิน ฟื้นตัวขึ้น หุ้นของ Boeing และ Royal Caribbean ตัวอย่างเช่น ปรับขึ้น 2% และ 7% ตามลำดับ หุ้นอื่น ๆ เช่น Amazon และ Airbnb ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน

 

นักลงทุนกำลัง “มองข้ามความขัดแย้งครั้งนี้ไปแล้ว” แอนโทนี แซกลิมบีน หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดจาก Ameriprise Financial กล่าว “ผมคิดว่าตลาดได้ถอยออกจากฉากเลวร้ายที่สุด และมองเห็นเส้นทางที่สหรัฐและอิหร่านจะยุติความขัดแย้งและให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดต่อไป ตราบใดที่เส้นทางนี้ยังเป็นสถานการณ์ที่มีแนวโน้มสูงสุด ตลาดก็จะสะท้อนสิ่งนั้นในราคา”

 

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าสงครามกับอิหร่าน “น่าจะจบลงในเร็ว ๆ นี้” เขาพูดในงานที่ลาสเวกัสและอธิบายความขัดแย้งนี้ว่า “กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี” ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกันที่ว่า สงคราม “ใกล้จะจบเต็มที” และอิหร่านต้องการ “ทำข้อตกลงอย่างมาก”

 

ความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพได้ผลักดันให้ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในสัปดาห์นี้ โดยดัชนีหลักทั้งสามดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 3.2% ขณะที่ S&P 500 พุ่ง 4.5% และแนสแด็กบวก 6.8%

 

“ช่วงที่ขึ้นง่าย ๆ ของรอบขาขึ้นนี้น่าจะผ่านไปแล้ว” แซกลิมบีนกล่าวเสริม “จากนี้ไป โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเจ็ดนางฟ้า ‘Magnificent Seven’ เราจำเป็นต้องเห็นไม่เพียงแค่กำไรที่ทำได้ตามประมาณการของนักวิเคราะห์เท่านั้น แต่ยังต้องเห็นแนวโน้มคาดการณ์ข้างหน้าที่แข็งแกร่งด้วย”