ดาวโจนส์ทะยานขึ้น 1,000 จุด S&P 500 ทะลุ 7,100 เป็นครั้งแรก หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว 10 วันตามการหยุดยิงอิสราเอล-เลบานอน ตลาดหวังสงครามอิหร่านจบ
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงต้นวันศุกร์(17 เม.ย.69) หลังอิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ “เปิดอย่างสมบูรณ์” ต่อเนื่องจากการประกาศหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 1,049 จุด หรือ 2.2% ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.4% และทะลุระดับ 7,100 เป็นครั้งแรก ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite บวก 1.6% โดยทั้งสองดัชนีทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ใหม่ ดัชนีรัสเซล 2000 ก็ทำระดับสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยดัชนีหุ้นขนาดเล็กล่าสุดเพิ่มขึ้น 2.2%
ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันศุกร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี เขียนว่า “สอดคล้องกับการหยุดยิงในเลบานอน การสัญจรของเรือพาณิชย์ทุกลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้รับการประกาศให้เปิดอย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง ตามเส้นทางที่องค์การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ประกาศประสานงานไว้แล้ว”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้นำของอิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 17:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันเดียวกัน
- ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง
ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนักหลังประกาศของอิหร่าน เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานขาดแคลนลดลง ฟิวเจอร์น้ำมันดิบสหรัฐ เวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ดิ่งลง 14% ซื้อขายที่เหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ฟิวเจอร์น้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสากล ร่วงลง 13% มาเทรดเหนือ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทรัมป์ ซึ่งได้ขอบคุณอิหร่านที่เปิดช่องแคบดังกล่าวผ่านโพสต์บน Truth Social เมื่อวันศุกร์ กล่าวในอีกโพสต์หนึ่งว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะไม่ปิดเส้นทางเดินเรือสายนี้อีกเลย เขายังโพสต์ด้วยว่า การปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยกองทัพเรือสหรัฐจะ “ดำเนินต่อไปอย่างเต็มรูปแบบ” จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับเตหะราน พร้อมเสริมว่า “กระบวนการนี้ควรจะเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะเกือบทุกประเด็นได้มีการเจรจากันไว้แล้ว”
หุ้นในอุตสาหกรรมสำคัญที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบ เช่น สายการเดินเรือท่องเที่ยว (cruise lines) และสายการบิน ฟื้นตัวแรง ตัวอย่างเช่น หุ้นโบอิง และ รอยัล แคริบเบียน ปรับตัวขึ้น 3% และ 9% ตามลำดับ หุ้นอื่น ๆ อย่าง อเมซอน และ แอร์บีเอ็นบี ก็ปรับขึ้นเช่นกัน
นักลงทุนตอนนี้กำลัง “มองข้ามความขัดแย้งนี้ไปแล้ว” แอนโทนี ซักลิมบีน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Ameriprise Financial กล่าว “ผมคิดว่าตลาดได้ถอยจากฉากทัศน์เลวร้ายที่สุด และมองเห็นเส้นทางที่สหรัฐกับอิหร่านจะยุติความขัดแย้ง และให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดอยู่ ตราบใดที่เส้นทางนี้ยังดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด ตลาดก็จะตีมูลค่าความเสี่ยงลดลง”
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าสงครามกับอิหร่าน “น่าจะจบลงในอีกไม่นานนี้” เขากล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในงานที่ลาสเวกัส และอธิบายว่าความขัดแย้งนี้ “ดำเนินไปได้ด้วยดีมาก” ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกันที่เขาบอกว่าสงคราม “ใกล้จะจบเต็มที” และอิหร่านต้องการ “ทำข้อตกลงอย่างมาก”
ความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพได้หนุนให้ตลาดหุ้นพุ่งทำสถิติสูงสุดในสัปดาห์นี้ โดยดัชนีหลักทั้งสามกำลังมุ่งหน้าสู่ผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง ดาวโจนส์ ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิป เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ S&P 500 บวก 4% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 6%
“ช่วงที่ขึ้นง่ายของรอบขาขึ้นนี้น่าจะผ่านไปแล้ว” ซักลิมบีนกล่าวเพิ่มเติม “จากนี้ไป โดยเฉพาะสำหรับหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม 7 นางฟ้า ‘Magnificent Seven’ เราจำเป็นต้องเห็นผลประกอบการไม่ใช่แค่ทำได้ตามประมาณการนักวิเคราะห์ แต่ต้องเห็นแนวโน้มที่แข็งแกร่งด้วย”





