วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (17 เม.ย. 2569) ปิดลบ 7.28 จุด เผชิญแรงขายบิ๊กแคป นลท.ลดความเสี่ยง หวั่นเจรจาสหรัฐ-อิหร่านไร้ข้อสรุป

“หุ้นไทย” วันนี้ (17 เม.ย. 2569) ปิดลบ 7.28 จุด เผชิญแรงขายบิ๊กแคป นลท.ลดความเสี่ยง หวั่นเจรจาสหรัฐ-อิหร่านไร้ข้อสรุป

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (17 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,482.45 จุด โดยปรับตัวลดลง 7.28 จุด หรือคิดเป็นประมาณ 0.49% นักวิเคราะห์ชี้เป็นผลมาจากแรงขายทำกำไรในหุ้นบิ๊กแคปเพื่อลดความเสี่ยง ก่อนการการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านช่วงสุดสัปดาห์ยังมีความไม่แน่นอน-ไร้ข้อสรุป

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (17 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,482.45 จุด โดยปรับตัวลดลง 7.28 จุด โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,489.14 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,472.58 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 56,999.86 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ADVANC ราคาปิด 353.00 บาท ลดลง 15.00 บาท หรือ 4.08% มูลค่าซื้อขาย 5,210.26 ล้านบาท
     
  2. KTB ราคาปิด 31.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.34% มูลค่าซื้อขาย 3,975.20 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 189.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 3,972.64 ล้านบาท
     
  4. SCB ราคาปิด 145.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 3,594.46 ล้านบาท
     
  5. PTTEP ราคาปิด 145.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 3,492.34 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในทางลบ โดยได้รับแรงกดดันจากการหมุนเวียนขายหุ้นบิ๊กแคป อย่าง ADVANC, TRUE และ GULF เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการเจรจาระหว่าง สหรัฐ-อิหร่าน ซึ่งมีความไม่แน่นอนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ดัชนีได้แรงกดดันจาก DELTA น้อยลง โดยจากสถิติการโดน Cash Balance 8 ครั้งในอดีตที่มักจะลดลงราว 10% คาดว่าครั้งนี้จะลดลงน้อยกว่าครั้งอื่น ๆ ราว 5% เท่านั้น เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีทั้งในไทยและต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง 

ในสัปดาห์หน้า (20 เม.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,470 จุด แนวต้าน 1,495 จุด หลังรายงานงบการเงินในไตรมาส 1 กลุ่มธนาคารคาดว่าจะออกมาน่าพอใจและตรงกับความคาดหวังของตลาด แต่ยังคงต้องจับตารายละเอียดในการประกาศงบสัปดาห์หน้าต่อไป

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนตามทิศทางของสงคราม มองกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IVL ได้ประโยชน์ ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวคาดมีลุ้นรีบาวด์ได้ จากรับรู้ข่าวสงครามไปมากและราคาปรับลงไปลึกแล้ว มอง AOT มีความน่าสนใจ