“บล.บัวหลวง” เผย “DELTA” เผชิญดาวน์ไซด์ระยะสั้น ราคาอาจร่วงในกรอบ 250–280 บาท เดือน เม.ย.-พ.ค. หลังติดแคช-เสี่ยงหลุด SET50 มองพีอีปัจจุบันยังสูงที่ 159 เท่า มูลค่าตึงตัว-โมเมนตัมชะลอ คาดความเสี่ยงและผลตอบแทนไม่น่าสนใจ ปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย” ที่ราคาเป้าหมาย 260 บาท
นายนภนต์ ใจแสน รองผู้จัดการสายงานวิจัยและนักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศให้ DELTA เข้าสู่การกำกับดูแลภายใต้มาตรการ Cash Balance หรือ CB ในช่วง 16–30 เม.ย. นั้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก
ในอดีต DELTA เคยเข้า CB ทั้งหมด 12 ครั้ง ระดับ 1 จำนวน 10 ครั้ง และระดับ 2 จำนวน 2 ครั้ง โดยจากสถิติ ผลตอบแทนในวันแรกเฉลี่ยลดลง 9–10% โดยเมื่อพิจารณาตลอดช่วง CB พบว่า ระดับ 1 ให้ผลตอบแทนติดลบ 7 จาก 10 ครั้ง เฉลี่ยลดลง 12% ขณะที่ระดับ 2 ให้ผลตอบแทนติดลบทุกครั้ง เฉลี่ย -21% ถึงแม้บางครั้งจะมีการฟื้นตัวเฉลี่ย 6% แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้นและมักตามมาด้วยการขยายมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติม
“ปัญหารอบนี้ไม่ใช่เรื่อง CB เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับคุณสมบัติการคงอยู่ใน SET50 โดยกติกาสำคัญคือหุ้นจะต้องไม่ถูกใช้มาตรการ CB เกิน 3 ครั้งภายใน 12 เดือน ที่ผ่านมา DELTA เคยเฉียดหลุดเกณฑ์นี้มาแล้ว แต่สามารถเอาตัวรอดได้แบบหวุดหวิดในรอบครึ่งแรกของปี 2567”
ขณะที่ในรอบครึ่งแรกของปี 2569 ความเสี่ยงค่อนข้างจำกัด เนื่องจากการเข้า CB เกิดขึ้นในช่วงสองเดือนท้ายของการคำนวณ โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 30 เม.ย. ไม่คาบเกี่ยวเข้าไปสู่เดือน พ.ค.
อย่างไรก็ตาม ในรอบครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีความเสี่ยง หากมีการเข้า CB ซ้ำในเดือน พ.ค. ความเสี่ยงที่จะหลุดจาก SET50 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตลาดต้องจับตาว่า DELTA จะหลุดจาก CB ได้ หรือจะมีการต่ออายุมาตรการออกไป
ขณะที่คาดการณ์กำไรไตรมาส 1 ปี 2569 ของ DELTA อยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 30–35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยรายได้มีแนวโน้มเติบโตจากข้อจำกัดด้านอุปทานของชิ้นส่วนและความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับจีนรวมถึง Nexperia
โดยภายหลังการประกาศงบวันที่ 27 เม.ย. ซึ่งยังอยู่ในช่วง CB ในส่วนของ EPS คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.00 บาท เป็น 2.15 บาท ซึ่งอาจช่วยผ่อนคลายมูลค่าหุ้นได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม หากอิงกับรอบ de-rating ในอดีตที่ DELTA มักออกจาก CB ที่ระดับพีอี 120–130 เท่า เรามองดาวน์ไซด์ไปที่ช่วง 250–280 บาท ในช่วงเดือน เม.ย.–พ.ค.
ปัจจุบัน DELTA ยังซื้อขายที่อัตราส่วน trailing P/E ratio ที่ 159 เท่า ถือว่าสูง โดยภายใต้มูลค่าหุ้นที่ตึงตัวและโมเมนตัมที่เริ่มชะลอตัวลง เรามองว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนระยะสั้นไม่น่าสนใจ จึงปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย” ที่ราคาเป้าหมาย 260 บาท จากคาดการณ์ de-rating ล่วงหน้า





