"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (16 เม.ย. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,498.80 จุด โดยปรับตัว ลดลง 8.04 จุด หรือคิดเป็น 0.53% นักวิเคราะห์ระบุว่าดัชนีมีความผันผวนในทิศทางขาลง ได้รับแรงกดดันจากหุ้น DELTA หลังเผชิญมาตรการกำกับการซื้อขาย โดยมีน้ำหนักคิดเป็น 20% ของดัชนี
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (16 เม.ย. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,498.80 จุด โดยปรับตัว ลดลง 8.04 จุด หรือคิดเป็น 0.53%โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,510.08 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,493.98 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 51,517.37 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 190.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.78% มูลค่าซื้อขาย 4,024.34 ล้านบาท
- SCC ราคาปิด 223.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท หรือ 4.21% มูลค่าซื้อขาย 3,581.13 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 367.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.10% มูลค่าซื้อขาย 3,431.30 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 145.00 บาท ลดลง 6.50 บาท หรือ 4.29% มูลค่าซื้อขาย 3,377.38 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 145.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 3,288.79 ล้านบาท
นายณัฐชาติ เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากกรณี ตลท. ประกาศให้หุ้น DELTA เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกํากับการซื้อขายระดับ 1 หรือห้ามคํานวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. ไปจนถึง 30 เม.ย. นั้น เบื้องต้นประเมินดัชนีผันผวนในทิศทางขาลง
โดยถือว่าประเด็นนี้เป็นปัจจัยที่กดดันราคาหุ้น DELTA ในระยะสั้นช่วง 1-3 วันแรก ตามเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ประเมินปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตัวดัชนี SET มากกว่าดัชนี SET50 และ SET100 เนื่องจากปัจจุบัน น้ําหนักของหุ้น DELTA ในดัชนี SET อยู่สูงถึงเกือบระดับ 20% แล้ว
อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจได้เนื่องจากระดับราคาของ DELTA พุ่งขึ้นทำ จุดสูงสุดใหม่พร้อมกับความผันผวนของราคาหุ้นในขาขึ้น (Upside volatility) สูงกว่าช่วงของการเข้าสู่มาตรการกํากับการซื้อขายรอบอื่น ๆ ในอดีตที่ผ่านมา
ในวันนี้ (16 เม.ย.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,488 จุด และแนวต้าน 1,519 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือ อิทธิพลและความผันผวนของ DELTA ต่อ SET จะลดลงหลังติดเกณฑ์มาตรการกํากับการซื้อขายหรือไม่
หากปัจจัยทั้งสองยังคงเพิ่มขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ DELTA อาจถูกให้ติดเกณฑ์ต่อไป คล้ายกับช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. ปี 2568 ในทางกลับกันหากตัวแปรทั้งสองปรับลง ก็มีโอกาสที่หุ้นจะหลุดจากมาตรการกํากับได้ช่วงปลายเดือนนี้
การจะต่ออายุหรือไม่ในรอบนี้ถือว่ามีความสําคัญอย่างมากกับ DELTA เพราะมีผลต่อการดํารงอยู่ในดัชนีสําคัญอย่าง SET50 และ SET100 ในรอบการคํานวณถัดไปช่วงครึ่งหลังปี 2569 เนื่องจากหุ้นตัวนี้ได้ติดเกณฑ์ในรอบการคํานวณนี้มาแล้ว 2 เดือน เมื่อบวกกับคราวนี้จะเป็นทั้งสิ้น 3 เดือน หากในเดือน พ.ค. มีการติดเกณฑ์อีกครั้ง จะทําให้ DELTA หลุดออกจากดัชนีสําคัญทั้งสองในรอบครึ่งปีหลังทันที
กลยุทธ์การลงทุน : แนะนําเลือกลงทุนการถือครองไปยังหุ้นกลุ่มดีเฟนซีฟ หรือ “Bunker stocks” เช่น ADVANC, TRUE, BJC, CPAXT, AMATA, WHA, BDMS, BCH, CHG เช่นเดิม ตราบใดที่คาดการณ์ EPS ในตลาดยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบรอบสองจากภาวะสงครามมากนัก
วันนี้แนะนำซื้อเก็งกำไร SCC ราคาเป้าหมาย 225 บาท คาดไตรมาส 1 พลิกกลับมามีกําไร 5.3 พันล้านบาทจากกำไรสต็อก คาดกลุ่มปิโตรเคมีฟื้นเร็วกว่าตลาดคาด





