การจากไปของ ชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของแวดวงธุรกิจการเงินไทย หลังผู้บุกเบิกธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ระดับประเทศได้ปิดฉากชีวิตลง ทิ้งไว้ทั้งอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ และบทบาทในการสร้างโอกาสให้กับผู้คนจำนวนมาก
ทั้งนี้ บรรยากาศพิธีบำเพ็ญกุศลจัดขึ้นอย่างสมเกียรติในจังหวัดสุโขทัย โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคคลสำคัญจากแวดวงการเมือง ข้าราชการ และภาคธุรกิจเข้าร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น สะท้อนถึงความเคารพที่มีต่อ “ชูชาติ” ในฐานะทั้งนักธุรกิจและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
โดยกำหนดการพิธีมีการสวดพระอภิธรรมในวันที่ 14-16 เมษายน 2569 ณ บ้านสวนพฤกษชาติ 198 ถนนราชธานี ตำบลธานี อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 17 เมษายน 2569 ณ วัดราชธานี จังหวัดสุโขทัย เวลา 15.00-16.00 น.
จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่เติบโตเป็นธุรกิจแสนล้าน
ย้อนกลับไปในปี 2535 “ชูชาติ เพ็ชรอำไพ” และ ดาวนภา พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ภรรยาได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง ภายใต้ชื่อ “ดี.เอส. ลิสซิ่ง” ด้วยทุนเพียง 2 ล้านบาท โดยเริ่มจากการให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างจังหวัด
แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็กในช่วงแรก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสในกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ทำให้กิจการค่อย ๆ เติบโต และขยายบริการไปสู่สินเชื่อประเภทอื่น
การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนำไปสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2557 ก่อนจะปรับภาพลักษณ์องค์กรในปี 2561 เป็น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เพื่อสะท้อนการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่ครบวงจรมากขึ้น
ปัจจุบัน MTC มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดราว 64,660 ล้านบาท และมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ
แนวคิดที่สร้างการเติบโต
หัวใจสำคัญของความสำเร็จอยู่ที่การเข้าใจลูกค้า “ชูชาติ” มุ่งเน้นการให้บริการกับกลุ่มคนรายได้น้อย ซึ่งมักถูกมองข้ามในระบบการเงินแบบดั้งเดิม
“ชูชาติ” เชื่อว่า ธุรกิจไม่จำเป็นต้องซับซ้อน หากสามารถตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานได้อย่างตรงจุด ก็สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง แนวคิดนี้ทำให้ MTC ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของไทย
ความสำเร็จดังกล่าวยังส่งผลให้ “ชูชาติ” และครอบครัวได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีไทยจาก Forbes Thailand จากการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยในปี 2568 อยู่ในอันดับ 14 มูลค่า 58,400 ล้านบาท
บทบาทต่อสังคมที่มากกว่าธุรกิจ
นอกเหนือจากการสร้างธุรกิจ “ชูชาติ” ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย
เขาให้การสนับสนุนโรงพยาบาลหลายแห่ง ทั้งการบริจาคเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องกระตุกหัวใจ รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคารทางการแพทย์
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ การบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสร้างอาคารให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมถึงโครงการด้านสาธารณสุขอื่น ๆ อีกหลายแห่ง สะท้อนถึงความตั้งใจในการคืนประโยชน์ให้กับสังคม
ส่งต่อธุรกิจสู่รุ่นใหม่
ในช่วงก่อนหน้านี้ “ชูชาติ” ได้เริ่มส่งต่อบทบาทการบริหารให้กับทายาทรุ่นที่ 2 เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง และรองรับการแข่งขันในยุคใหม่ ดร.ศึกษิต พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ลูกชายคนโต รับผิดชอบด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลองค์กรและความยั่งยืน ขณะที่ ปริทัศน์ เพชรอำไพ บุตรชายคนเล็ก ทำหน้าที่ในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหารความเสี่ยง
แม้เจ้าของอาณาจักรจะจากไป แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือแนวคิดในการสร้างโอกาสให้กับผู้คน จากธุรกิจเล็ก ๆ ในต่างจังหวัด สู่บริษัทระดับแสนล้าน “ชูชาติ พัชรชัย” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความเข้าใจในความต้องการของผู้คน คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จและแม้วันนี้เขาจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาสร้างไว้ ทั้งในเชิงธุรกิจและสังคม ยังคงเดินหน้าต่อไป พร้อมกับบทเรียนที่ยังมีคุณค่าในโลกธุรกิจไทยต่อไปในอนาคต





