“K-Research” เผยราคาวัสดุก่อสร้างทำนิวไฮนับตั้งแต่โควิด เดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 2.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5-8% ในไตรมาส 2 กดดันผลประกอบการ-สภาพคล่องของผู้รับเหมา หลังกว่า 50% ของต้นทุนรวมเป็นค่าก่อสร้าง พลังงาน ขนส่ง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หรือ K-Research เปิดเผยข้อมูลของกรมการค้าภายใน, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สงครามในตะวันออกกลางได้ดันราคาวัสดุก่อสร้างแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังวิกฤตการณ์โควิด โดยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (CMI) เดือน มี.ค. 2569 เติบโตกว่า 2.6% สอดคล้องดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่เติบโต 6.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ขณะที่วัสดุก่อสร้างจำนวน 7 รายการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 94% ของมูลค่าวัสดุก่อสร้างทั้งหมดมีทิศทางราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น กดดันต้นทุนธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุก่อสร้างเดือน มี.ค. 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนพบว่า
- เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก คิดเป็น 24.7% ของมูลค่าวัสดุก่อสร้างทั้งหมด มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 1.2%
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีต คิดเป็น 17.3% มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 1.7%
- วัสดุก่อสร้างอื่นๆ เช่น ยางมะตอย อะลูมิเนียม ท่อ PVC คิดเป็น 15.5% มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 8.7%
- อุปกรณ์ไฟฟ้า-ประปา คิดเป็น 14.6% มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 3.2%
- ซีเมนต์ คิดเป็น 12.6% มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 2.5%
- กระเบื้อง คิดเป็น 6.4% มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 1.3%
- ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ คิดเป็น 3.1% มีราคาเพิ่มสูงขึ้น 0.9%
มีเพียง
- สุขภัณฑ์ ซึ่งคิดเป็น 3.7% ของมูลค่าวัสดุก่อสร้างทั้งหมด มีราคาลดลง 2.5%
- และ วัสดุฉาบผิว คิดเป็น 2.1% มีราคาลดลง 1.7%
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างอาจปรับเพิ่มได้ถึง 5-8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัสดุก่อสร้าง-พลังงาน-ขนส่ง ที่มีสัดส่วนรวมกันกว่า 50% ของต้นทุนรวม ส่งผลกดดันผลประกอบการและสภาพคล่อง ของผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง





