วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน 2569

Login
Login

บล.บัวหลวง ชูพอร์ตปันผล 4 ฤดู ล็อกเป้า 12 หุ้นคุณภาพ อัพกระแสเงินสด

บล.บัวหลวง ชูพอร์ตปันผล 4 ฤดู ล็อกเป้า 12 หุ้นคุณภาพ อัพกระแสเงินสด

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บล. บัวหลวง เปิดเผยว่า  เศรษฐกิจไทยได้เข้าสู่ “ยุคเติบโตต่ำ” (Low-growth regime) อย่างเต็มตัวจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยในช่วงปี 2021–2025 ที่ผ่านมา GDP ไทยขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.6% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนเกือบเท่าตัว

โครงสร้างกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย (SET) ถูกกดดันจากอุตสาหกรรมดั้งเดิม (Old Economy) เช่น พลังงานและปิโตรเคมี ที่ครองสัดส่วนสูงถึง 29% แต่มีอัตราการเติบโตต่ำ ส่งผลให้ 5 ปีที่ผ่านมา กำไร SET โดยรวมโตเฉลี่ยเพียง 1% ต่อปีเท่านั้น

ที่น่าสนใจคือ หากไม่นับรวมกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) เช่น Data Center, AI Supply Chain หรือกลุ่มสื่อสารที่เติบโตแรงเฉลี่ย 31% ต่อปีแล้ว กำไรของตลาดหุ้นไทยในภาพรวมจะกลายเป็นการ “หดตัว -2% ต่อปี”ทันที ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นไทยส่วนใหญ่กำลังสูญเสียความสามารถในการเติบโตของกำไร (Growth)

 

ย้อนสถิติ 10 ปี ตลาดหุ้นไทยคือ “ตลาดปันผล”

จากการรวบรวมข้อมูลระหว่างปี 2016–2025 พบความจริงที่น่าตกใจว่า ผลตอบแทนรวมของ SET Index ที่ +19% นั้น หากหักส่วนที่เป็นเงินปันผลออก ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) จะติดลบถึง -2% ชี้ชัดว่า "เงินปันผล" คือแหล่งรายได้หลักเพียงหนึ่งเดียวของนักลงทุนในทศวรรษที่ผ่านมา

เพื่อแก้โจทย์การลงทุนในสภาวะที่ GDP 3 ปีข้างหน้าคาดว่าจะโตเพียง 1.5–2%

บล.บัวหลวงจึงนำเสนอแนวทาง “พอร์ตปันผล 4 ฤดู ผ่าน FCN” (Fixed Coupon Note) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับผลตอบแทน

• Target Yield: มุ่งเป้าผลตอบแทน 8–12% ต่อปี (สูงกว่าพอร์ตปันผลดั้งเดิมที่ให้เพียง 4–7%)

• Cash Flow: รับกระแสเงินสดสม่ำเสมอกว่า 8 ใน 12 เดือนต่อปี

• Quality First: คัดกรองหุ้นกลุ่ม Defensive และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความผันผวนต่ำ 12 บริษัทเด่น อาทิ:

• กลุ่มแบงก์: SCB (Yield 7.4%), KBANK (6.5%), KTB (6.0%), BBL (5.7%)

• กลุ่มพลังงาน/นิคมฯ: PTT (6.3%), WHAUP (6.1%), WHA (4.8%)

• กลุ่มอุปโภค/บริการ: COM7 (5.2%), TLI (5.6%), ADVANC (4.5%), BDMS (4.3%) และ CPN (4.0%)

"ในสภาพแวดล้อมที่ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield Gap) เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงช่วงโควิด การลงทุนที่เน้นหุ้นคุณภาพสูงควบคู่กับการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง FCN จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ (New Normal) ที่ช่วยให้นักลงทุนชนะตลาดหุ้นไทยที่เติบโตช้าได้ในระยะยาว"