วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน 2569

Login
Login

โบรก เผยธปท.เขย่าค่าฟีแบงก์! เปิดเฮียริ่ง 19 รายการ คาดกด Sentiment ระยะสั้น

โบรก เผยธปท.เขย่าค่าฟีแบงก์! เปิดเฮียริ่ง 19 รายการ  คาดกด Sentiment ระยะสั้น

ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เตรียมเปิดเฮียริ่ง “เรื่องมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่” (ต่อเนื่องจากข่าว ปลาย ก.พ.) ตั้งแต่ 10 เม.ย.2569 คาดเริ่มใช้ปลาย พ.ค. นี้ ครอบคลุม 17 –19 รายการ (อาทิ ค่ารักษาบัญชี, BAHTNET และ Loan related fees) แม้อาจ กดดัน sentiment ระยะสั้น แต่โครงสร้างค่าธรรมเนียมกลุ่มฯ ปรับตัวมาตั้งแต่ ยุคฟรีค่าโอนในปี 2561ไปยังกลุ่ม Wealth ช่วยจำกัดผลต่อประมาณการ

ขณะเดียวกัน ธปท. ยังส่งสัญญาณคงเกณฑ์ชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8% (ตามแผนกลับไป 10% ปีหน้า) สะท้อนแนวทางผ่อนคลายภาระลูกหนี้ช่วยให้ Credit risk พอร์ตบัตรเครดิตปีหน้าไม่ขยับขึ้นมาก มองเอื้อต่อ BAY, KBANK และ SCB อย่างละ 4% ของพอร์ตสินเชื่อ (รวมถึง AEONTS กับ KTC) 

แม้ KKP กับ TISCO จะมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ต่อรายได้รวมที่ 23% - 25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯ ที่ 17% (VS Pre-COVID ที่ 20%) แต่ส่วนใหญ่ มาจาก Capital market (TISCO ฝั่ง Capital market รวม Banca ที่ 83% ของ ค่าธรรมเนียม KKP ราว 68% ของค่าธรรมเนียม) ทำให้ผลกระทบจะอยู่ที่ ธ.พ. ใหญ่ มากกว่า(สัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมต่อรายได้ที่ 15% -18%) 

โดย KBANK ที่มีสัดส่วนค่าธรรมเนียมต่อรายได้สูงสุดใน ธ.พ. ใหญ่ ที่ 18% จะมีความอ่อนไหวมากสุด และ KTB ที่ 14% จะรับผลรกะทบน้อยกว่า ธ.พ. ใหญ่อื่นๆ อย่างไรก็ดีคาดผลกระทบต่อกลุ่มฯ ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการ หลังค่าธรรมเนียมกลุ่มธุรกรรมทางการเงิน ทยอยลดความสำคัญ (ค่าบริการ โอนเงินฯ ต่อรายได้รวม ทั้งระบบ 1Q63 ที่ 2.6% เหลือ 1.9% ในงวด 4Q68) 

ขณะที่ Loan related fees ในฝั่งของ ธ.พ. ที่มีลูกค้าธุรกิจสูงอย่าง KBANK กับ BBL อยู่ที่ 16% และ 9% ของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ตามลำดับ แต่ด้วย สินเชื่อที่ไม่ได้เติบโตมาก ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมส่วนนี้ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนการ เติบโต ซึ่งทั้ง 2 ธ.พ. มีการปรับกลยุทธ์การเติบโตมายังกลุ่มฯ Wealthแทน 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้มุมมองสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ข้างต้นและ Sensitivity Analysis พบว่า ทุก 2% ของค่าธรรมเนียมฯ ที่เปลี่ยนแปลงจาก สมมติฐาน จะส่งผลให้กำไรฯ เปลียนแปลงไม่เกิน 1% ดังนั้นหากราคาหุ้นใน กลุ่มฯ ปรับฐานมากกว่า Sensitivity มองเป็นจังหวะ Trading ระยะสั้น Execution 

ทั้งนี้ คงกลยุทธ์ Barbell strategy ให้ ธ.พ. อยู่ฝั่งหุ้นปันผลสูง เลือก KTB หากราคา หุ้นวันนี้ปรับฐานมากกว่า XD (2.24 บาทต่อหุ้น) มองเป็นจังหวะสะสม เพื่อรอ การฟื้นตัวของราคาหุ้นรอบปันผลระหว่างกาล ในขณะที่ BBL กับ KBANK เป็น Catch-up play เพราะ PBV ที่ 0.5 – 0.8 เท่า ยังถูกกว่า ธ.พ. อื่นที่เกิน 0.9 เท่า ส่วนอีกฝั่งของ Barbell เป็น De-escalation Trade (ยังเน้น AOT, ERW และ CENTEL มากกว่า Non- Bank