วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน 2569

Login
Login

‘กลุ่มเนื้อสัตว์’ เข้าวัฏจักรขาขึ้น หนุน ‘กำไร’ ฟื้นตัวเด่น หลังซัพพลายตึงตัว

‘กลุ่มเนื้อสัตว์’ เข้าวัฏจักรขาขึ้น หนุน ‘กำไร’ ฟื้นตัวเด่น หลังซัพพลายตึงตัว

อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์” เริ่มกลับเข้าสู่วัฏจักร “ขาขึ้น” ท่ามกลางแรงกดดันจาก “สงครามตะวันออกกลาง” ที่กดดันต้นทุน “พลังงาน” และ “วัตถุดิบ” มีแนวโน้มสูงขึ้น สะเทือนราคาขายเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากซัพพลายตึงตัว กลายเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ส่งผลให้กลุ่มนี้ได้อานิสงส์จากราคาขายเร่งตัวเร็วกว่าต้นทุนและหนุนแนวโน้ม “กำไรฟื้นตัว” ในช่วงถัดไป

‘กลุ่มเนื้อสัตว์’ เข้าวัฏจักรขาขึ้น หนุน ‘กำไร’ ฟื้นตัวเด่น หลังซัพพลายตึงตัว

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจรองกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมของ “กลุ่มเนื้อสัตว์” เริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจาก“ราคาขายหมู”ที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 3-4 ครั้งในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

 ขณะที่ “ต้นทุนอาหารสัตว์” แม้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ส่วนมากมี “การล็อกต้นทุน” ล่วงหน้าไว้ราว 4-6 เดือน ส่งผลให้ “อัตรากำไรในระยะสั้น” มีโอกาสขยับตัวดีขึ้นก่อนที่ต้นทุนจริงจะทยอยสะท้อนด้วยปัจจัยข้างต้น ดังนั้น ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสถัดไปจึง “ไม่น่ากังวล” และมีโอกาสออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อีกด้วย

สำหรับ “หุ้นเด่น” ในกลุ่มเนื้อสัตว์ ให้บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง จากการขยายธุรกิจสู่ร้านค้าปลีกของตนเอง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 35-40% ช่วย“ลดความผันผวน”ของผลประกอบการ และสามารถบริหาร“กำไร”ได้ดีในช่วงราคาสินค้าขาลง อีกทั้งยังมีประวัติการจ่ายปันผลที่น่าสนใจ แม้คาดว่ากำไรปีนี้อาจลดลงราว 20% แต่ระดับ Dividend Yield ยังอยู่ในเกณฑ์ที่จูงใจ

ส่วนบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ได้รับความสนใจรองลงมา เนื่องจากมีโมเดลธุรกิจคล้ายคลึงกัน แต่มีข้อได้เปรียบด้าน“โครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน”ทำให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มผลประกอบการได้ง่าย และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF อยู่ในลำดับถัดมา ด้วยขนาดธุรกิจที่ใหญ่และมีการดำเนินงานในหลายประเทศ ส่งผลให้การประเมินกำไรมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจาก “ความผันผวนของค่าเงิน” และ “ราคาสินค้าในตลาดต่างประเทศ”

นายณัฐพล คำถาเครือผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ในขณะนี้กำลังเข้าสู่ “วัฏจักรขาขึ้น” อย่างชัดเจน จากแรงหนุนทั้งด้านราคาและความต้องการบริโภคที่ยังแข็งแกร่งโดยในระยะสั้นราคาขายเนื้อสัตว์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องรายสัปดาห์ ปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์และปริมาณผลผลิตในตลาด ทำให้ซัพพลายตึงตัวและราคาขยับขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ระดับราคายังถือว่าใกล้เคียงกัน ทำให้ยังไม่เข้าเงื่อนไขที่ภาครัฐจะเข้ามาควบคุมราคา ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังสามารถบริหารราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้าน “ต้นทุนการผลิต” แม้จะมีการปรับตัวขึ้นบ้าง แต่ยังไม่รุนแรงเท่าช่วงวิกฤติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่ม Soft Commodity เช่น ถั่วเหลือง ที่ยังไม่ได้ปรับขึ้น สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ใช้แนวทางเลือกลงทุนในหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

นายธนภัทร ฉัตรเสถียรผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มเนื้อสัตว์เริ่มส่งสัญญาณ “ฟื้นตัว” อย่างชัดเจน ทั้งในกลุ่มสุกรและไก่สะท้อนการกลับเข้าสู่ “วัฏจักรขาขึ้น” ของธุรกิจอีกครั้ง หลังราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคาเนื้อไก่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 40-41 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจ ขณะที่ราคาเนื้อหมูปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 68 บาทต่อกิโลกรัม จากช่วงไตรมาสก่อนหน้าที่เคยลดลงต่ำกว่า 60 บาท สะท้อนถึง “การฟื้นตัวของอุปสงค์” และ “ภาวะตลาดที่ตึงตัวมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ในเชิงผลประกอบการสุทธิ ไตรมาส 1 ปี 2569 อาจยังไม่สะท้อนภาพฟื้นตัวอย่างเต็มที่ เนื่องจากในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. 2569 ราคายังอยู่ในระดับอ่อนตัว แต่เมื่อเข้าสู่เดือนมี.ค. 2569 ราคาสินค้าเริ่มดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2569 จะเป็นช่วงที่เห็นโมเมนตัม “กำไรเติบโต” ได้อย่างชัดเจน จากการรับรู้ราคาขายที่สูงขึ้นเต็มไตรมาส

สำหรับ หุ้นแนะนำ “หุ้น TFG” ถือเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มจากการมีธุรกิจค้าปลีกของตนเองที่ช่วยพยุงผลประกอบการในช่วงราคาสินค้าเกษตรขาลง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ทำให้อัปไซด์เริ่มจำกัด ขณะที่ “หุ้น CPF” ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการสะสม เนื่องจากยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ และ “หุ้น BTG” ราคาหุ้นเริ่มขยับเข้าใกล้ราคาเป้าหมายที่ประเมินไว้แล้ว