"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (10 เม.ย. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,503.35 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.69 จุด หรือคิดเป็น 0.92% นักวิเคราะห์ระบุว่าดัชนีมีความเคลื่อนไหวในแดนบวกภาคเช้า ได้แรงหนุนจากแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คาดส่งผลดีต่อกลุ่มโดเมสติกโดยเฉพาะที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (10 เม.ย. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,503.35 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.69 จุด หรือคิดเป็น 0.92% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,510.02 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,494.60 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 24,818.95 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 317.00 บาท เพิ่มขึ้น 19.00 บาท หรือ 6.38% มูลค่าซื้อขาย 4,851.72 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 33.00 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ -6.38% มูลค่าซื้อขาย 1,997.78 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.26% มูลค่าซื้อขาย 1,241.17 ล้านบาท
- KCE ราคาปิด 25.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 7.45% มูลค่าซื้อขาย 1,210.64 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 144.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,078.19 ล้านบาท
ทีมนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ดัชนีเคลื่อนไหวในทางบวกเช้าวันนี้ได้แรงส่งมาจากการแถลงนโยบายรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศอย่างเป็นทางการระหว่าง 9-10 เม.ย. และจะประชุมครม.นัดแรกทันทีในวันที่ 11 เม.ย.
ในเชิงสถิติอาจไม่ชัดว่าช่วงรัฐบาลแถลงนโยบายดัชนีจะตอบรับเชิงบวกหรือไม่ แต่รอบนี้คาดกลุ่ม Domestic Play จะกลับมาเคลื่อนไหว Outperform โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐรวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อดึงเงินลงทุนจากภาคเอกชนมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เป็นปัจจัยบวกต่อ GULF, GUNKUL, CK, STECON, SCC, TASCO, BEM, DOHOME, GLOBAL, FORTH, และ SAMART
สถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดยต่างผ่ายต่างกล่าวอ้างถึงการละเมิดข้อหยุดยิง สหรัฐกล่าวว่าอิหร่านยังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของชาติพันธมิตรและยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านกล่าวว่าสหรัฐและอิสราเอลยังมีการโจมตีเลบานอนอย่างหนักหน่วงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์กลับมาฟื้นตัวเคลื่อนไหวแถว 96 ดอลลาร์บาร์เรล
ดัชนีดอลลาร์อินเด็กซ์และบอนด์ยีลด์กลับมาฟื้นตัวเช่นกันถือเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเล็กน้อยในเช้าวันนี้ รายงานการประชุมของ FOMC ล่าสุดยังกังวลกับภาวะสงครามที่อาจกดดันให้การจ้างงานชะลอตัวและมีบางมุมที่อยากปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอเงินเฟ้อ
ในวันนี้ (10 เม.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวไซด์เวย์ มูลค่าการซื้อขายคาดเริ่มเบาบางก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์สัปดาห์หน้า โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การเจรจาเพื่อหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในวันพรุ่งนี้
กลยุทธ์การลงทุน คาดการณ์ว่าตลาดจะเน้นเป็น Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนซ์,โรงไฟฟ้า, สื่อสาร, และอสังหา จากการการเก็งกำไรการแถลงนโยบายของรัฐบาลระหว่าง 9-10 เม.ย. แนะนำสะสม BGRIM, CPALL, และ DOHOME





