“บางจากฯ” เร่งเครื่อง 2 โรงกลั่น 110% ปรับปรุงการผลิตรองรับน้ำมันดิบหลายแหล่ง เร่งหาน้ำมันทางไกลจากอเมริกาใต้-แอฟริกาลดความเสี่ยงผ่าน “ฮอร์มุซ” ให้มีกลั่นแม้ต้นทุนสูง
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกับนายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงกลั่นทั้ง 2 แห่งของบางจาก ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนง และโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา ได้เดินเครื่องกลั่นน้ำมันเกินกว่ากำลังการผลิตแล้วที่ 110% หรือ 290,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ 260,000 บาร์เรลต่อวัน โดยเน้นเป็นผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคในประเทศเป็นหลัก
ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค.2569 มีความต้องการน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากจึงต้องปรับสัดส่วนการกลั่นมาผลิตในส่วนนี้มากขึ้น แต่ด้านน้ำมันเจ็ตของลูกค้าสายการบินก็ยังต้องดูแล โดยจะต้องมีการปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ โรงกลั่นเพื่อให้รองรับน้ำมันได้จากหลายแหล่งขึ้นในอนาคต
ด้านการจัดหาน้ำมัน บริษัทจะดำเนินการเป็นรอบทุก 2 เดือน เนื่องจากคลังกักเก็บน้ำมันมีจำกัด สำหรับช่วง 2 เดือนข้างหน้าจนถึง พ.ค.2569 บริษัทได้จัดหาน้ำมันสำหรับกลั่นครบถ้วน และกำลังเร่งจัดหาส่วนของเดือน มิ.ย.
ในการจัดหาจะมีการกระจายแหล่งที่มาในหลายภูมิภาค เช่น แอฟริกาตะวันตก สหรัฐอเมริกา, และอเมริกาใต้อย่าง อาร์เจนตินา, โคลอมเบียและบราซิล เพื่อลดความเสี่ยงการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ "ฮอร์มุซ " ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนการนำเข้าจากตะวันออกกลางเหลืออยู่เพียง 15% เท่านั้น
นอกจากนี้ การบริหารจัดการน้ำมันต้องมีประสิทธิภาพ เนื่องจากการขนส่งต้องใช้เวลานาน โดยการขนส่งจากอเมริกาใต้ใช้เวลา 45 วัน และจากตะวันออกกลางใช้เวลา 15 วันโดยจะให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำมันที่อยู่ไกลกว่าแม้จะมีค่าขนส่งสูงกว่า เพื่อรับประกันความมั่นคงว่าจะมีน้ำมันใช้ในประเทศอย่างแน่นอน
ตามรายงาน บางจากฯระบุว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลาง ปริมาณ 700,000 บาร์เรล สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและถึงท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจาก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อย่างปลอดภัยแล้วเมื่อคืนวันที่ 7 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ปัจจุบันบางจากฯ มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพื่อรองรับการผลิต 2 เดือน โดยยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดเพื่อจัดหาพลังงานและส่งมอบผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความผันผวน





