“BCP” เดินหน้าพิจารณาคุณสมบัติกรรมการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ถูกยึดทรัพย์ เตรียมยกระดับธรรมมาภิบาลสู่เวทีนานาชาติ ยึดมาตรฐานสากล OECD และ OFAC แจงไม่ได้จำกัดสิทธิเพียงแต่ต้องการรักษาผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในระยะยาว พร้อมเชิญร่วมประชุม 10 เม.ย. นี้
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัทถูกสำนักงานป้องกันและปราบการการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดหลักทรัพย์เป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท หลังผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาตินั้น
บริษัทได้ดำเนินการปรึกษาหารือด้านข้อกฎหมายร่วมกับสำนักงานกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สหรัฐ ถึงมาตรการฟื้นคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันทางการเงิน จนได้ข้อสรุปว่าบริษัทควรต้องยกระดับบรรษัทภิบาล และการกำกับดูแลให้เข้มข้นมากขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานของนานาชาติ
จึงเป็นที่มาของการบรรจุวาระที่ 7 ในประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 (AGM) ของบริษัทในวันที่ 10 เม.ย. ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท โดยเฉพาะการพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้แทนของบริษัทที่อยู่ระหว่างการยึดทรัพย์ หรือถูกระงับการทำธุรกรรมตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา BCP ได้ส่งหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ระบุว่า บริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด หรือ ACE เป็นผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษ ทำให้ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระดังกล่าว
แต่หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการตีความเรื่องส่วนได้เสียเป็นพิเศษในวาระแก้ไขข้อบังคับบริษัทยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพียงพอ เพื่อความโปร่งใสจึงมีมติให้ ACE กลับมามีสิทธิออกเสียงได้ตามปกติในวาระดังกล่าวไปก่อน
อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต BCP ได้เร่งส่งหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำตีความที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 7 เม.ย. แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาพิจารณาพอสมควร
นายชัยวัฒน์ยืนยันว่า BCP ไม่ได้จำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการสนับสนุนบุคคลใด แต่เห็นว่าการใช้สิทธิออกเสียงควรตั้งอยู่บนหลักการของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความเหมาะสม เพื่อให้ผลการตัดสินใจสะท้อนผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“การเสนอวาระนี้เป็นไปเพื่อยกระดับบรรษาภิบาลของบริษัทให้เข้มข้นขึ้น ให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจกับนานาชาติได้ โดยจะต้องเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าของประเทศไทย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล OECD และข้อกำหนดของ OFAC ในสหรัฐ เป็นการสร้างเกราะป้องกันในอนาคตคุ้มครองผู้ถือหุ้นในระยะยาว จึงอยากเชิญชวนผู้ถือหุ้นทุกรายโดยเฉพาะรายย่อยให้มาร่วมประชุม และแสดงความเห็นของท่านอย่างตรงไปตรงมาว่าท่านอยากเห็นบางจากเดินไปในทิศทางไหนต่อจากนี้”





