"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (9 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,489.51 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.48 จุด หรือคิดเป็น 0.30% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความคาดหวังในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน 2 ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงนักลงทุนมองบวกเรื่องเจรจาหยุดยิง
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (9 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,489.51 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.48 จุด หรือคิดเป็น 0.30%โดย ดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,495.42 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,483.72 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 36,062.73 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 296.00 บาท เพิ่มขึ้น 12.00 บาท หรือ 4.23% มูลค่าซื้อขาย 5,936.07 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 151.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 3,771.07 ล้านบาท
- TRUE ราคาปิด 14.30 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 1,915.41 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 35.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.70% มูลค่าซื้อขาย 1,593.15 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 365.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.55% มูลค่าซื้อขาย 1,334.55 ล้านบาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เช้านี้ "หุ้นไทย" แกว่งตัวในทางบวก นักลงทุนรอติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยคาดหวังว่ารัฐบาลจะรีบกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการคนละครึ่ง ส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL
นอกจากนี้ นักลงทุนมองบวกเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิง ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปิดลบ 13.3% เจรจาหยุดยิงนำมาซึ่งการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อดัชนีดาวน์โจนส์เมื่อคืนปิดบวก 1,325 จุด หรือเพิ่มขึ้น 2.9%
สถานการณ์ต่างประเทศ เมื่อคืนกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังจากอิหร่านไม่พอใจที่อิสราเอลที่โจมตีเลบานอน อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็คล้ายว่าตลาดหุ้นเมื่อคืนดูไม่ตอบสนอง เชิงลบเท่าใดนัก ราคาน้ำมัน WTI กลับมาบวก 2.8% อาจกดดันตลาดระยะสั้นต่อตลาดทั่วโลกในวันนี้
ขณะที่ในประเทศวานนี้หน้าปั๊มได้ปรับลดราคาดีเซล 2 บาท / ลิตร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาจากการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น จะช่วยผ่อนคลายภาวะเงินเฟ้อและดีกับการบริโภค
วันนี้ (9 เม.ย.) คาดดัชนีพักฐานในกรอบแนวรับ 1470 จุด แนวต้าน 1490 จุด จากวานนี้ปรับขึ้นมาแรงผสานกับรอดูท่าทีในตะวันออกกลาง
ปัจจัยติดตามคืนนี้ ได้แก่ เงินเฟ้อสหรัฐประเมินไว้ที่ 3% แต่ก็เชื่อว่าผลกระทบจำกัดเพราะนักลงทุนกำลังคาดหวังต่อปัจจัยเจรจาที่จะกดดันราคาน้ำมันดิบปรับลงช่วยผ่อนคลายเรื่องเงินเฟ้อในอนาคต เช้านี้หุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับลง ดัชนี Kospi ลดลง 1.3% และ Nikkei ลดลง 0.3% อาจพักฐานรอดูสถานการณ์ฮอร์มุซ
กลยุทธ์การลงทุน แม้ SET อาจมี แวลู่ไม่ถูก แต่รายตัวโดยเฉพาะ Anti-Oil ยังถูก เช่นกลุ่มค้าปลีก (CPALL HMPRO) โรงแรม (AWC MINT ERW) การเงิน (MTC SAWAD) โรงพยาบาล (BDMS BCH)





