วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดบวก 20.60 จุด ตลาดคลายกังวลเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดปัญหาด้านซัพพลาย

“หุ้นไทย” วันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดบวก 20.60 จุด ตลาดคลายกังวลเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดปัญหาด้านซัพพลาย

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,485.03 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.60 จุด หรือคิดเป็น 1.41% นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนีปิดแดนบวกจากตลาดคลายกังวลปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดปัญหาการขาดแคลนซัพพลาย โดยมองเป็นอัปไซด์ระยะสั้นยังต้องจับตาราคาน้ำมันใกล้ชิด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,485.03 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.60 จุด หรือคิดเป็น 1.41%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,491.26 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,479.98 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 66,928.66 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 284.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท หรือ 2.90% มูลค่าซื้อขาย 6,212.14 ล้านบาท
     
  2. PTTEP ราคาปิด 151.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 5.63% มูลค่าซื้อขาย 5,942.58 ล้านบาท
     
  3. ADVANC ราคาปิด 363.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.27% มูลค่าซื้อขาย 2,773.50 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.72% มูลค่าซื้อขาย 2,551.78 ล้านบาท
     
  5. GULF ราคาปิด 60.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 2,514.36 ล้านบาท

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในทางบวก จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง การเจรจากับปากีสถานและอิหร่านดูจะดำเนินไปในทิศทางบวกต่อจากนี้ 

“ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ว่าจะโจมตีอิหร่านแน่นอน จะบุกแน่ แต่ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน” 

สิ่งที่ตลาดมีความกังวลก่อนหน้านี้คือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขัดขวางขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมี ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนซัพพลาย ส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นการผ่อนคลายดังกล่าวจึงช่วยผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น 

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงส่งจากปัจจัยภายในประเทศอย่างการลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร ช่วยหนุนกลุ่มบริโภคภายในประเทศฟื้นตัว อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาราคาน้ำมันดิบโลกอย่างใกล้ชิด แต่คาดว่าจะไม่ขึ้นไปสูงกว่า 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนที่ผ่านมา 

ในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน 1,510 จุด แนวรับ 1,475 จุด โดยควรจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือน มี.ค. ในวันศุกร์นี้ คาดว่าหากเงินเฟ้อสูงเฟดอาจคงหรือขึ้นดอกเบี้ย เป็นดาวน์ไซด์ต่อตลาด

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับลง เช่น สายการบินอย่าง BBA กลุ่มพลังงานขนาดเล็กเลือก GPSC ท่องเที่ยวเลือก MINT และค้าปลีกมอง CPALL น่าสนใจ