"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,485.03 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.60 จุด หรือคิดเป็น 1.41% นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนีปิดแดนบวกจากตลาดคลายกังวลปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซลดปัญหาการขาดแคลนซัพพลาย โดยมองเป็นอัปไซด์ระยะสั้นยังต้องจับตาราคาน้ำมันใกล้ชิด
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,485.03 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.60 จุด หรือคิดเป็น 1.41%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,491.26 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,479.98 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 66,928.66 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 284.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท หรือ 2.90% มูลค่าซื้อขาย 6,212.14 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 151.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 5.63% มูลค่าซื้อขาย 5,942.58 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 363.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.27% มูลค่าซื้อขาย 2,773.50 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.72% มูลค่าซื้อขาย 2,551.78 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 60.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 2,514.36 ล้านบาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในทางบวก จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง การเจรจากับปากีสถานและอิหร่านดูจะดำเนินไปในทิศทางบวกต่อจากนี้
“ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ว่าจะโจมตีอิหร่านแน่นอน จะบุกแน่ แต่ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน”
สิ่งที่ตลาดมีความกังวลก่อนหน้านี้คือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขัดขวางขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมี ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนซัพพลาย ส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นการผ่อนคลายดังกล่าวจึงช่วยผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงส่งจากปัจจัยภายในประเทศอย่างการลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 2 บาทต่อลิตร ช่วยหนุนกลุ่มบริโภคภายในประเทศฟื้นตัว อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาราคาน้ำมันดิบโลกอย่างใกล้ชิด แต่คาดว่าจะไม่ขึ้นไปสูงกว่า 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนที่ผ่านมา
ในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน 1,510 จุด แนวรับ 1,475 จุด โดยควรจับตาดูตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเดือน มี.ค. ในวันศุกร์นี้ คาดว่าหากเงินเฟ้อสูงเฟดอาจคงหรือขึ้นดอกเบี้ย เป็นดาวน์ไซด์ต่อตลาด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับลง เช่น สายการบินอย่าง BBA กลุ่มพลังงานขนาดเล็กเลือก GPSC ท่องเที่ยวเลือก MINT และค้าปลีกมอง CPALL น่าสนใจ





