วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดบวก 20.56 จุด ต้นทุนความเสี่ยงพลังงานลด หลังสหรัฐขยายเวลาเจรจา 2 สัปดาห์

หุ้นไทยเช้านี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดบวก 20.56 จุด ต้นทุนความเสี่ยงพลังงานลด หลังสหรัฐขยายเวลาเจรจา 2 สัปดาห์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้า (Intermission) อยู่ที่ 1,484.99 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.56 จุดหรือคิดเป็น 1.40% นักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุเกิดจากต้นทุนความเสี่ยงพลังงานลด หลังสหรัฐขยายเวลาเจรจา 2 สัปดาห์ และอิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,484.99 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.56 จุด หรือคิดเป็น 1.40% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,491.26 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,479.98 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 39,942.79 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 285.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท หรือ 3.26% มูลค่าซื้อขาย 4,097.15 ล้านบาท
     
  2. PTTEP ราคาปิด 153.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 4.38% มูลค่าซื้อขาย 3,835.30 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาปิด 60.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.68% มูลค่าซื้อขาย 1,774.56 ล้านบาท
     
  4. PTTGC ราคาปิด 36.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.03% มูลค่าซื้อขาย 1,548.08 ล้านบาท
     
  5. AOT ราคาปิด 54.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 2.84% มูลค่าซื้อขาย 1,417.99 ล้านบาท

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทางบวก จากภาพรวมตลาดสะท้อนการผ่อนคลายความตึงเครียดอย่างมีนัยสำคัญ หลังสหรัฐขยายเวลาเจรจากับอิหร่านอีก 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยง (Risk Premium) ฝั่งพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ตลาดได้แรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นสัญญาณดี อีกทั้งได้อานิสงส์จากต้นทุนธุรกิจและความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง บอนด์ยีลด์ปรับลงเช่นกันช่วยหนุนมูลค่าเพิ่มขึ้น ส่วนเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยผลักดันฟันด์โฟลว์ไหลเข้า สะท้อนชัดว่าตลาดเข้าสู่ภาวะพร้อมเสี่ยงหรือ “Risk-on mode”

ในวันนี้ (8 เม.ย.) คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวทางบวก แนวต้าน 1478-1495 จุด แนวรับ 1454-1450 โดยต้องจับตาดูราคาน้ำมันว่าจะไม่ดีดตัวกลับขึ้นไป และเงินดอลลาร์ต้องไม่กลับมาแข็งค่า

ขณะที่ กลยุทธ์การลงทุน เน้นกลุ่มท่องเที่ยวบริการ และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น GPSC และ THAI ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันลดลงและเงินบาทแข็งค่า อีกด้านคือกลุ่มไฟแนนซ์ มอง MTC โดดเด่นได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ขาลง