ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 8 เม.ย.2569 เวลา 10.35 น. หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าบวกยกแผง นำโดย
หุ้น BGRIM บวก 6.09% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 12.20 บาท
หุ้น GPSC บวก 5.15% เพิ่มขึ้น 1.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 35.75 บาท
หุ้น GULF บวก 2.52% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 61.00 บาท
หุ้น BCPG บวก 2.22% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.90 บาท
หุ้น CKP บวก 1.75% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.32 บาท
หุ้น EA บวก 1.49% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.72 บาท
หุ้น GUNKUL บวก 0.83% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.42 บาท
หุ้น EGCO บวก 0.44% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 113.00 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยวันนี้ พบว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น นำโดย BGRIM และ GPSC หลังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้าปรับลดลงตาม และช่วยหนุนมาร์จิ้นของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า
โดยผลกระทบจากราคาพลังงานที่ลดลงส่งผลต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานแตกต่างกัน โดยกลุ่มต้นน้ำ เช่น PTTEP และ BANPU ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและก๊าซที่ลดลง ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อย่าง BGRIM และ GPSC กลับได้รับอานิสงส์จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง
ทั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์ แม้ BGRIM จะปรับตัวขึ้นแรง แต่ทว่ายังคงให้น้ำหนักการลงทุนใน GULF เป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากมีปัจจัยหนุนจากโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นในธุรกิจ LNG รองลงมาคือ GPSCซึ่งมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และมีปัจจัยบวกจากเงินชดเชยราว 370 ล้านบาทในไตรมาสล่าสุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการไล่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรงแล้ว และหันไปเน้นหุ้นที่ยัง Laggard หรือราคาปรับขึ้นน้อยกว่ากลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม เช่น MINT ซึ่งเหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP ที่ราคาปรับตัวลงแรงกว่า 4-5% มองเป็นโอกาสในการทยอยสะสม โดยเฉพาะหากราคาปรับลงใกล้ระดับ 150 บาท เนื่องจากประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสทรงตัวในกรอบ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีโอกาสจำกัดที่จะปรับลดลงลึกถึง 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล





