ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 คือเส้นตายที่ “อัยการสูงสุด” นัด 3 ผู้ต้องหาหลักใน “คดีประวัติศาสตร์ปั่นหุ้น MORE” หรือ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ที่สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลกว่า 4,500 ล้านบาท แต่สิ่งที่สร้างความเสียหายมากกว่านั้นในตลาดทุนไทยคือ “การทำลายศรัทธาของนักลงทุนในตลาดทุนไทย” ดังนั้น คดี MORE จึงอยู่ในความสนใจของนักลงทุนในการจับตัวคนที่กระทำความผิดมารับโทษ จึงไม่แปลกที่จะคำสั่งอวสานชัดเจน “ห้ามเลื่อนนัดอีก” หลังก่อนหน้านี้มีการเลื่อนนัดมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 รอบ !!
ประกอบด้วย 1.“เฮียม้อ” นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE , 2.นายสมนึก กยาวัฒกิจ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ตงฮั้ว และ 3.น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ หรือ GSC
แต่ก่อนจะถึงเส้นตายดังกล่าวข้องต้น ในแวดวง “ตลาดทุนไทย” กลับมีความเคลื่อนไหว “น่าสนใจ” เกิดขึ้น ! สะท้อนผ่าน เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ COMAN แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทมีการเปลี่ยนแปลง “โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่” 10 อันดับแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค. 2569) โดยพบว่า “เฮีนม้อ-อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ” เคยถือหุ้น COMAN อันดับ 1 ในสัดส่วน 13.97% เปลี่ยนแปลงเป็น “บริษัท โอเล่ และหุ้นส่วน จำกัด” ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 แทน โดยถือหุ้นจำนวน 20,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 11.95%
เท่ากับว่าปัจจุบัน “เฮียม้อ” ไม่ปรากฎรายชื่อถือหุ้น COMAN แล้ว การขายหุ้นออกจนเกลี้ยงของ “เฮียม้อ” ในครั้งนี้ ย่อมถูก “จับตามอง” จากนักลงทุนถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะหากประติดประต่อก็ใกล้วันที่ต้องเข้าพบอัยการสูงสุดนัดหมายแล้ว ! ดังนั้น การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะมีอะไรอแบบซ่อนหรือป่าว ?
หากย้อน “จุดเริ่มต้น” เฮียม้อเข้าถือหุ้น COMAN อย่างมีนัยสำคัญผ่าน “การซื้อหุ้นบิ๊กล็อต” (Big Lot) จำนวน 33 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 24.63% เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 ซึ่งการเข้าถือหุ้นดังกล่าวส่งผลให้ COMAN กลายเป็นหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเฮียม้อตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก่อนจะประกาศลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานกรรมการ COMAN ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. 2566 หลังจาก ก.ล.ต. กล่าวโทษคดีปั่นหุ้น MORE ขณะที่“น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ยังคงถือหุ้น COMAN เช่นเดิม จำนวน 6,082,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.63%
ทั้งนี้ จากการสำรวจของ “กรุงเทพธุรกิจ” พบว่า “เฮียม้อ” ยังคงถือหุ้นผ่านบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีก 2 บริษัทคือ บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR ตามข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค.2568 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดย “เฮียม้อ” นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ถือหุ้นอันดับ 7 จำนวน 29,672,900 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.27% และ น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 จำนวน 100,130,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 7.66%
ขณะที่ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25 มี.ค.2569 พบว่า “เฮียม้อ” ยังถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 1,881,578,200 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 26.22%
ทั้งนี้ “น.ส.ปุณฑรีก์” ยังถือ “หุ้น GSC” ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท วีเซิร์ฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ VS มีผลตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2567 โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค. 2568 พบว่า “น.ส.ปุณฑรีก์” ยังคงถือหุ้นใหญ่ VS ติดอันดับ 4 จำนวน 22,225,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.89%
ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน “คดีปั่นหุ้น MORE” มีสถานะแบ่งได้ชัดเจน ดังนี้คือ “กลุ่มที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว” จำนวน 32 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในศาล “กลุ่มที่ได้รับการประกันตัวแล้ว” จำนวน 5 ราย จำเลยส่วนใหญ่ยังถูกคุมขังในเรือนจำ “กลุ่มที่ถูกฟ้องเพิ่มเติม” อาทิ 3 แม่ลูกกลุ่มพรประภา “กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ หลบหนีคดี” เช่น นายอภิมุข บำรุงวงศ์ และ “กลุ่มผู้ต้องหาสำคัญ 3 ราย” ยังคงเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง
การที่ “เฮียม้อ” ปล่อยหุ้น COMAN พ้นมือในครั้งนี้ ! จะเป็นการส่งสัญญาณอะไร ด้วยเหตุเกิดขึ้นก่อนที่ “เฮียม้อ” ต้องไปรายงานตัวตามที่อัยการสูงสุดนัดในวันที่ 22 เม.ย. นี้ และสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การวัดใจ “เฮียม้อ” จะยอมเดินเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหรือไม่ ? เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และเหนือสิ่งอื่นใดเพื่อเรียกคืนศรัทธาจากนักลงทุน หากคดีมีความคืบหน้าในการจับตัวบุคคลสำคัญในคดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้ โดยไม่ได้ปล่อยลอยนวลเหมือนอย่างที่ผ่านมา...





