"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,464.43 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.43 จุด หรือคิดเป็น 0.72% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีปิดแดนบวกจากหุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA ภาพรวมวอลุ่มการซื้อขายยังเบาบาง หลังตลาดรอดูความชัดเจนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,464.43 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.43 จุด หรือคิดเป็น 0.72%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,466.48 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,449.43 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 45,084.97 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 276.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท (+2.22%) มูลค่าซื้อขาย 3,327.76 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.46%) มูลค่าซื้อขาย 3,143.35 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 160.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.91%) มูลค่าซื้อขาย 2,692.78 ล้านบาท
- PTTGC ราคาปิด 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท (+4.96%) มูลค่าซื้อขาย 2,300.82 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 364.00 บาท ลดลง 1.00 บาท (-0.27%) มูลค่าซื้อขาย 2,110.52 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในทางบวก จากหุ้นนำตลาดอย่าง DELTA และหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำปรับเพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ในภาพรวมตลาดมีวอลุ่มการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากนักลงทุน Wait and see ความชัดเจนเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน
ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มโรงกลั่นได้อานิสงส์จากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มปิโตรเคมีได้ปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการโจมตีโรงปิโตรเคมีระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล
ด้านปัจจัยในประเทศ ตลาดมองว่าการไม่กำหนดเพดานค่าการกลั่น (GRM) เป็นข่าวดี แต่ยังต้องจับตาความชัดเจนของนโยบายว่ารายละเอียดในการเข้าไปช่วยเหลือกองทุนน้ำมันจะเป็นอย่างไร
ในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน 1,470 จุด แนวรับ 1,455-1,450 จุด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำชะลอการลงทุนรอความชัดเจนของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ โดยผลออกมาได้ 2 ฉากทัศน์ หากเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไป ควรเน้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน ขนส่งและโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่หากสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นแนะนำกลุ่มพลังงานต้นน้ำ





