"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,461.96 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.96 จุด หรือคิดเป็น 0.55% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงส่งในกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น รับราคาน้ำมันยืนสูงหลังตลาดกังวลเจรจาสหรัฐ-อิหร่านยังไม่ได้ข้อยุติ
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,461.96 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.96 จุด หรือคิดเป็น 0.55%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,465.00 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,449.43 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 24,758.64 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 275.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.85% มูลค่าซื้อขาย 1,459.06 ล้านบาท
- PTTGC ราคาปิด 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 4.96% มูลค่าซื้อขาย 1,455.45 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.19% มูลค่าซื้อขาย 1,324.68 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 160.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.91% มูลค่าซื้อขาย 1,317.53 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 144.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,308.68 ล้านบาท
นางสาวจิตรา อมรธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ FSSIA ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ แกว่งตัวในทางบวก นำโดยกลุ่มพลังงานเป็นสำคัญ ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนต์ยังคงยืนสูงที่ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐในการหยุดยิงชั่วคราว 45 วัน เพราะต้องการยุติสงครามถาวร และต้องการอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์มองว่าข้อเสนอปัจจุบันยังไม่ดีพอแต่ถือเป็นก้าวสำคัญ ภาพรวมจึงทำให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนและเสี่ยงสูง ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ มีการโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านจริงตามคำขู่ จะทำให้สถานการณ์สงครามรุนแรงมากขึ้น
ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย คาดเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.2% จากปีที่ผ่านมา และเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.7% ด้านครม. ชุดล่าสุดเตรียมออกมาตรการประหยัดพลังงานช่วงหลังสงกรานต์ ซึ่งจะทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนน้อยลงและเห็นผลกระทบอย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569
ในวันนี้ (7 เม.ย.) คาดดัชนี SET แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ 1,445-1,465 จุด โดยตลาดจับตาดูพัฒนาการเจรจาสงครามสหรัฐ-อิหร่าน ว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเส้นตายการโจมตีที่ทรัมป์ระบุในช่วงเช้าวันพุธ (8 เม.ย.) ตามเวลาไทยหรือไม่
ปัจจัยภายในประเทศ คาดว่าการเจรจาให้โรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินมาชดเชยราคาน้ำมันยังกดดันอัปไซด์ดัชนี ทั้งยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างคนละครึ่ง
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำใช้กลยุทธ์แบบ Barbell ด้วยหุ้นที่เสี่ยงต่ำจากผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน ผสานกับกลุ่มที่ได้อานิสงส์หากสงครามคลี่คลาย มองหุ้นเด่นเดือน เม.ย. CPALL, CPF, GULF, KTB, และ PRM





