พิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า คง "มุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง" (cautiously optimistic) ต่อตลาดหุ้นไทย ประเมินกรอบตลาดหุ้น 1400-1500 ในเดือนเม.ย. แม้ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก แต่เราคาดผ่านจุดสูงสุดความขัดแย้ง (Peak tension) และเข้าสู่ช่วงลดความรุนแรงลง (De-escalationphase) ในเดือนเม.ย. หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำของสหรัฐฯเตรียมถอนก าลังทหารออกจากอิหร่านภายใน 2-3 สัปดาห์
ขณะที่ อิหร่านและโอมานอยู่ระหว่างการจัดทำร่างเกณฑ์ความร่วมมือ เพื่อกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนโอกาสผ่อนคลายความตึงเครียดลงตลาดจะเริ่มหันกลับมาให้น้ำหนักนโยบายกระตุ้นนในประเทศ เน้น “ไทยช่วยไทยพลัส” และ “BOI fast pass”นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เม.ย. ประเมินครอบคลุมนโยบายทั้งมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน, การดูแลราคาพลังงาน และการเร่งรัดการลงทุนทั้งจากภาครฐั และภาคเอกชน
แต่ทว่าต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น จะเพิ่มความเสี่ยงระยะสั้น ราคาน้ามันดิบ Brent เพิ่มขึ้นราว +34% MTD สู่ระดับประมาณ $109/bbl ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปรับ ขึ้นราว +69% MTD แตะระดับประมาณ 50.54 บาท/ลิตรสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจเรมิ่ ส่งผ่านสู่เศรษฐกิจจริง
กรณีฐาน: หากราคาน้ามันดีเซลยืนสูง 50-55 บาท/ลิตร 1 เดือน นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินอาจกดดัน GDP ปี 2026 ราว 0.4-0.5% (เหลือเติบโต 1.3-1.4%) และกระทบกำไรต่อหุ้น SET ราว 1.2-1.5% (EPS อยู่ที่ 92-92.5 บาท/หุ้น, เติบโต 0.5-1.0%) มอง SET target อยู่ที่ 1550 จุด
กรณีเลวร้าย: หากราคาน้ามันดีเซลยืนสูงนาน 2 เดือน ประเมิน downside ของ SET ราว 1340 ทั้งนี้ราคาดีเซลเพิ่มทุกๆ 10% จาก 50 บาท ประเมินกดดัน GDP ลดลง 0.1% และกำไรต่อหุ้น SET ลดลงราว 0.3-0.4%
ทั้งนี้ โอกาสลงทุนในช่วงความผันผวน เน้น 4 ธีมการลงทุนหลัก
1) วัฏจักรลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน–Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล (National infrastructure supercycle) ผ่าน BOI fast pass และ FDI ที่เร่งตัว โดยเฉพาะ data center value chain หนุนการเติบโตระยะกลาง–ยาว GULF, GUNKUL, TRUE, WHA, WHAUP
2) กลุ่มกำไร/กระแสเงินสดแกร่ง-พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศผลกระทบสงครามต่ำ-สัดส่วนต้นทุนพลังงานต่า/ส่งผ่านต้นทุนได้ (pricing power)-มาตรการรัฐฯ หนุนการฟื้นตัว (War-resilient domestic earnings with stimulusdriven upside) CPN, CPALL ขณะที่เป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นราคาต่าพื้นฐาน-ปันผลสูงช่วงปรับฐาน
3) ผู้นำปันผลสูง–รับอานิสงส์ TISA หนุนเงินทุนไหลเข้า (Dividend leaders with TISA-driven inflows) เช่น KTB, BBL
4) หุ้นที่ราคาปรับตัวลงแรงกว่าปัจจัยพื้นฐาน/มี catalyst หนุนการฟื้นตัวหลังสงคราม (Over-penalized valuation & post-war re-rating) BH,MINT, ITC





