กระแสการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อแนวโน้มการเติบโตของ WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในระยะถัดไป สะท้อนผ่านมุมมองของนักวิเคราะห์จาก 7 บริษัทหลักทรัพย์ ที่ออกมา “ประสานเสียงแนะนำซื้อ” โดยมองตรงกันว่าทิศทางกำไรยังมีอัพไซด์จากราคาขายที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น การปิดดีลลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังไหลเข้าสู่ไทยต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ไม่เพียงหนุนยอดขายที่ดินและรายได้สาธารณูปโภคของ WHA ให้เติบโต แต่ยังช่วยเพิ่มความชัดเจนของการเติบโตในระยะกลางถึงยาว ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน
ส่งผลให้ WHA ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยมีทั้งปัจจัยหนุนด้านกำไร การเติบโตของธุรกิจใหม่ และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับน่าสนใจ
บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปี 2569 เรายังมองทิศทางกำไรเติบโต y-y ได้จากราคาขายเฉลี่ย/ไร่ที่สูงขึ้น โดยในปี 2568 ที่ผ่านมามีราคาขายเฉลี่ย 5.6 ล้านบาท/ไร่ แต่ Backlog ณ ปัจจุบันมีราคาขายเฉลี่ย 6.2 ล้านบาท/ไร่ และมีขายสินทรัพย์เข้า REIT มูลค่าสูงกว่าปีก่อน ส่วน WHAUP จะรับ Capacity charge เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 2,500 ไร่ (ไทย 2,300 ไร่, เวียดนาม 200 ไร่) ซึ่งปัจจุบันมีการเจรจาลูกค้า Big lot อีก 400 ไร่ ที่ยังไม่ได้รวมในเป้าของปีนี้ รอเป็น upside
ทั้งนี้ ไตรมาส 1/2569 ยอดขายสูงขึ้นเซ็นสัญญา big lot แนวโน้มยอดขายสูงขึ้น y-y และ q-q ได้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินลูกค้ารายใหญ่แล้ว 900 ไร่ ส่วนในด้านผลประกอบการเบื้องต้นเรายังไม่เห็น big lot โอนเข้ามา มองกำไรปกติลดลง y-y และ q-q และคาดว่ามีกำไรพิเศษจากการประเมินมูลค่าลงทุนนิคม WHA-IER โดยประเมินอย่างคร่าวในช่วง 400-700 ล้านบาท เข้ามาเป็น upside
อย่างไรก็ตาม ภาพอุตสาหกรรมยังมีการขยายนิคมต่อเนื่องด้านคู่ค้ายังมอง สหรัฐฯ-จีน ยังคงเป็นการแข่งขันในระยะยาว ยังคงเห็นการย้ายฐานและการกระจายฐานการผลิตออกมาต่อเนื่อง ทำให้เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นโอกาสต่อทิศทางในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ อาทิ AI training, Robotic, Semiconductor related ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐฯ จะเริ่มเห็นการขยายนิคมไปยังสระบุรีในอนาคต
ทั้งนี้ บริษัทจ่ายปันผลเพิ่มอีก 0.1438 บาท XD 11 พ.ค.2569 รวมทั้งปีปันผล 0.2107 บาท Div. yield 5.4% ราคาพื้นฐานเพิ่มขึ้นที่ 4.98 บาท อิง P/E 14.0 เท่าประเมินราคาโดยอิง P/E 14.0 เท่า (AVG 2Y +0.5S.D.) บวก ESG 2.8% ราคาพื้นฐานปี 2569 ที่ 4.98 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 5,372 ล้านบาท (+2% YoY) แต่ปรับ PER ที่ใช้ประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 15.6 เท่า ตามสภาวะตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยลง ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 5.60 บาท/หุ้น โดยมองว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 4% ได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับยอด Presales ในช่วง ไตรมาส 4/2568 ที่อ่อนแอไปแล้ว โดยเรามองว่ายอด Presales จะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในปี 2569 หลังบริษัทฯ สามารถลงนามในสัญญาซื้อที่ดินกับลูกค้ารายใหญ่ได้ในเดือน ก.พ.2569 และคาดเห็นการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการต่างชาติอย่างต่อเนื่องหลังได้รัฐบาลชุดใหม่ คงคำแนะนำ “ซื้อ”
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำซื้อ สพหรับ WHA (ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท) โดยมองว่า การอ่อนตัวของราคาหุ้นล่าสุดนั้นปรับตัวลงตาม sentiment ตลาด ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง โดยภายหลังการเยี่ยมชมนิคมฯ ของ WHA ที่ระยองเราเห็นว่า WHA มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและน่าจะยังคงดึงดูดเงินลงทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เราคาดว่ากำไรไตรมาส 1/2569 จะยังอยู่ในระดับสูง ได้แรงหนุนจากกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อ WHAIER
ขณะที่กำไรปี 2569–2570 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้วย CAGR 8% ด้านมูลค่ายังน่าสนใจที่ระดับ P/E 11 เท่า พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6% ความเสี่ยงสำคัญคือยอดพรีเซลและการโอนที่ดินอาจต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ คาดกำไรไตรมาส 1/2569 ยังโดดเด่นหลังถือหุ้น IER 100% WHA เข้าซื้อหุ้นที่เหลืออีก 40% ใน WHA Industrial Estate Rayong (IER) ทพให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 100% ปัจจุบันนิคมมีที่ดินพร้อมโอนประมาณ 300 ไร่ และอีก 300 ไร่พร้อมขาย ผู้บริหารคาดว่า จะรับรู้กพไรพิเศษมากกว่า 500 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 จากการประเมินมูลค่ายุติธรรมใหม่ ซึ่งเป็นการรับรู้กำไรบางส่วนล่วงหน้าจากแปลงที่ดินดังกล่าว แม้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการโอนจริงในไตรมาสถัดไปอาจลดลงบ้าง แต่เนื่องจากคาดว่าจะขายและโอนครบทั้งหมดภายในปี 2569 จึงทำให้ GPM ของทั้งปีไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยเบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 จะคงเติบโต QoQ แม้ไตรมาส 4/2568 เป็นฐานสูงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่น่ากระทบ FDI คงคาดการณ์กำไรผู้บริหารมองว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ FDI โดยไทยคงถูกมองเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเสถียรภาพ เราคงประมาณการกำไรปี 2569–2570 ที่ระดับสูงสุดใหม่ โดยสมมติฐานการโอนที่ดิน 2,200–2,300 ไร่ในปี 2569–2570 แม้ปัจจุบันbacklog อยู่ที่ 770 ไร่ แต่เรามองว่า WHA สามารถปิดการขายและโอนได้ทันเวลา อิงจากผลงานในอดีตที่สามารถขายและโอนได้ไวนอกจากนี้ เรายังคงประมาณการยอดขายที่ดิน (presales) ปี 2569 ที่ 2,300 ไร่ (+72% YoY) ได้แรงหนุนจากดีล Data Center ที่ลงนามแล้วในไตรมาส 1/2569 และบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นหลังความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐคลี่คลาย
บล.ฟินันเซีย เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาที่ดินขึ้น 8–10% หลังราคาขายเฉลี่ย (ASP) ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2570 ขึ้น 5–7% โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะอยู่ที่ 5.0 พันล้านบาท แม้ยังลดลงเล็กน้อย 3.0% YoY
สำหรับปี 2570 คาดว่า ผลประกอบการจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง โดยกำไรมีแนวโน้มเติบโต 8.5% YoY จากการฟื้นตัวของการโอนที่ดิน และรายได้สาธารณูปโภคที่แข็งแกร่งขึ้น จากลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่เริ่มเปิดดำเนินการ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.00 บาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ตั้งเป้ายอดขายที่ดินเติบโต 87% YoY ในปี 2569 WHA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,500 ไร่ (2,300 ไร่ในประเทศไทย และ 200 ไร่ในเวียดนาม) เติบโต 87% YoY แม้ว่ายอดขายที่ดินรวมจะลดลงมาอยู่ที่ 1,340 ไร่ในปี 2568 แต่แนวโน้มการลงทุนยังคงเป็นบวก โดยการเติบโตในปี 2569 จะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน มีการเซ็นสัญญาขายที่ดินแล้ว 900 ไร่ ซึ่งเลื่อนมาจากปี 2568
โดยคาดว่าจะส่งมอบได้ในปี 2570 ดังนั้นจึงเชื่อว่า WHA น่าจะขายที่ดินในประเทศไทยได้ตามเป้า เมื่อพิจารณาจากระดับ MOU ในมือที่ 1,632 ไร่ ในส่วนของเป้าหมายของธุรกิจอื่นๆ WHA ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่โลจิสติกส์อีก 200,000 ตร.ม. และมีแผนขายสินทรัพย์รวม 193,000 ตร.ม. เข้ากอง WHART และ WHAIR คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.7 พันล้านบาท
ทั้งนี้ คงประมาณการปี 2569 ปัจจุบัน WHA มี backlog ในปี 2569 อยู่ 770 ไร่ และมีโอกาสที่ราคาขายจะปรับขึ้น รวมถึงรายได้จากค่าใช้สาธารณูปโภคส่วนเกิน (excess use charge) ที่จะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ เราคงประมาณการรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 1.53 หมื่นล้านบาท (ทรงตัว YoY) โดยคาดการณ์ยอดโอนที่ดินรวมที่ 2,000 ไร่ และกําไรสุทธิที่ 5.35 พันล้านบาท (+4.3%)
และคงคําแนะนํา OUTPERFORM สําหรับ WHA ด้วยราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 4.80 บาท อ้างอิง -1SD ของ PE 13.4เท่า (ค่าเฉลี่ย 7 ปี) เงินปันผลสําหรับงวดครึ่งหลังของปี 2568 อยู่ที่ 0.1438 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 11 พ.ค. 2569
บล.พาย เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2569 เบื้องต้นในแง่การขายที่ดิน WHA ตั้งเป้าไว้ที่ 2,500 ไร่ โดยล่าสุดมีการเซ็นสัญญาขายแล้วมากกว่า 900 ไร่ (เป็นส่วนที่เลื่อนมาจากปี 2568 ที่ทำให้ปีก่อนมียอดขายเพียง 1,340 ไร่) โดยกลุ่มลูกค้าที่อยู่ระหว่างเจรจายังมีอีกมากทั้ง Data Center เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Humanoid robots) ที่เริ่มเข้ามาลงทุนในไทยสำหรับธุรกิจอื่น คาดรายได้จากการขายน้าเติบโตขึ้นตามปริมาณขายและค่าค่าธรรมเนียมการขอใช้น้าส่วนเกินกว่าที่จัดสรรโดยปริมาณขายน้าจะเพิ่มขึ้นโดดเด่นในปี 2570 เป็นต้นไปหลัง Data Center เริ่มดาเนินการ
ทั้งนี้ ปรับกำไรปี 2569 ขึ้นหลังราคาขายปรับเพิ่มเราปรับกำไรปี 2569 ขึ้นจากเดิม 7% มาอยู่ที่ 5,359 ล้านบาท (+4%YoY) โดยปรับราคาขายขึ้นเป็น 5.3 ล้านบาทจากเดิม 4 ล้านบาท โดยยังคงเป้าการโอนไว้ที่ระดับ 1,900 ไร่ ซึ่งจากผลประกอบการที่ออกมาดีเราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมโดยประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 5 บาท ทั้งนี้ WHA จ่ายปันผลเพิ่ม 0.1438 บาท/หุ้น (รวมทั้งปีจ่าย 0.2107 บาท/หุ้น) XD 11 พ.ค. จ่าย 28 พ.ค.2569
บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกําไรรวม 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มกว่า 10% จากปีก่อนที่ระดับ 1.81 หมื่นล้านบาท พร้อมรักษา EBITDA Margin มากกว่า 45% โดยเตรียมงบลงทุน 1.65 หมื่นล้านบาท และมีเป้าหมาย Net IBD/E ต่ํากว่า 1.2 เท่า
ทั้งนี้ตั้งเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ 2,500 ไร่ (เทียบกับ 1,340 ไร่ปีก่อน) ล่าสุดเมื่อ ต้น ก.พ. มีการแปลงสัญญาจองซื้อ (LOI/MOU) เป็นสัญญาซื้อขายที่ดินจริงกับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งพื้นที่กว่า 900 ไร่ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์อีก 1 ราย จํานวนที่ดิน 400 ไร่ (ยังไม่อยู่ใน LOI)
สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ มีแผนเพิ่มพื้นที่เช่าใหม่ราว 2 แสนตร.ม. เพื่อให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มเป็น 3.437 ล้านตร.ม. ภายในสิ้นปีนี้ และเตรียมขายสินทรัพย์/สิทธิการเช่าทรัพย์สินให้แก่ REITs 2 กอง (WHART และ WHAIR) รวมพื้นที่ 1.93 แสนตร.ม มูลค่า 4.7 พันล้านบาท คาดทั้งหมดเกิดขึ้นใน 4Q69
ทั้งนี้ได้ปรับเพิ่มกําไรปี 2569 ขึ้นจากเดิม 15% ให้สอดรับกับเป้าบริษัทโดยคาดกําไร 5.33 พันล้านบาท (+4% yoy) และ FV ใหม่ปีนี้เพิ่มเป็น 5.00 บาท (อิง PER 14 เท่า) มี upside 14% บวกกับปันผลเฉลี่ย 5% ต่อปี คิดเป็นผลตอบแทนรวม 19% จึงคงแนะนําซื้อ WHA ประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีหลังของปี 2568 หุ้นละ 0.1438 บาท หรือ 3.3% ขึ้น XD 11 พ.ค. 2569





