นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า Tesla มีแนวโน้มรายงาน ยอดส่งมอบรถยนต์ ในงวด 1Q69 ลดลง 11.8%qoq มาอยู่ที่ราว 4.3 แสนคัน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้สะท้อนอุปสงค์ที่เริ่มชะลอตัวในตลาดหลัก โดยเฉพาะจีนและยุโรป
ขณะที่บริษัทต้องใช้มาตรการกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 9–10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ การชะลอตัวของยอดส่งมอบมีสาเหตุหลักจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ Tesla ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาและออกข้อเสนอทางการเงิน เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
นอกจากนี้ การลดลงของสิทธิประโยชน์ด้านภาษีในบางประเทศยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันอุปสงค์ โดยการใช้กลยุทธ์ด้านราคาดังกล่าวมีผลโดยตรงต่ออัตรากำไร ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวถือเป็นมุมมองเชิงลบต่อ Tesla ในระยะสั้น เนื่องจากยอดส่งมอบที่ออกมาต่ำกว่าคาด และการปรับลดลงในเชิงไตรมาสสะท้อนว่าบริษัทเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านอุปสงค์
ขณะที่แรงกดดันด้านราคาจะส่งผลให้อัตรากำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรในระยะถัดไป โดยเฉพาะหากการแข่งขันยังคงรุนแรงต่อเนื่อง
สำหรับคำแนะนำหุ้น TSLA อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg จากนักวิเคราะห์ทั้งหมด 63 ราย ส่วนใหญ่ 32 ราย แนะนำให้ “ซื้อ” อีก 18 ราย แนะนำ “ถือ”และ 13 ราย แนะนำ “ขาย” โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ย 419.40 USD ยังมี upside จากราคาหุ้นปัจจุบันราว 10.0%





