วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

สงครามสะเทือน ‘กลุ่ม รพ.’ ระยะสั้น โบรกย้ำพื้นฐานแกร่ง-แนะดักซื้อช่วงย่อ

สงครามสะเทือน ‘กลุ่ม รพ.’ ระยะสั้น โบรกย้ำพื้นฐานแกร่ง-แนะดักซื้อช่วงย่อ

แรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดใน “ตะวันออกกลาง” ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนใน “ตลาดหุ้นผันผวน” และฉุดให้หุ้นหลายกลุ่มรวมถึงหุ้นกลุ่มที่ถูกยกเป็น “หลุมหลบภัย” ในยามที่ความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง อย่าง “กลุ่มโรงพยาบาล” ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่เหล่า “นักวิเคราะห์” มองว่าการอ่อนตัวของราคาหุ้นดังกล่าวเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก และอาจสะท้อนโอกาสในการเข้าลงทุนมากกว่าความเสี่ยงในระยะยาว

สงครามสะเทือน ‘กลุ่ม รพ.’ ระยะสั้น โบรกย้ำพื้นฐานแกร่ง-แนะดักซื้อช่วงย่อ

“มินทรา รัตยาภาส” นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อ “กลุ่มโรงพยาบาลไทย” แล้ว โดยเฉพาะในด้านการเดินทางของ “ผู้ป่วยต่างชาติ” ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญของหลายโรงพยาบาลเอกชนไทย เนื่องจากท่าอากาศยาน (สนามบิน) ในหลายพื้นที่ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ “เกิดข้อจำกัด” ด้านการเดินทางและต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้จำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

สะท้อนภาพรวมผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีแนวโน้ม “เติบโตไม่โดดเด่น” โดยไตรมาสแรกของปี 2569 ได้รับแรงกดดันจากช่วง “เทศกาลรอมฎอน” ประกอบกับการเริ่มต้นของสถานการณ์ความขัดแย้งในช่วงเดือนมี.ค.2569 ขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2569 เข้าสู่ช่วงโลซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล ส่งผลให้รายได้และจำนวนผู้ใช้บริการมีแนวโน้มชะลอลง

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองการลงทุนระยะยาว “กลุ่มโรงพยาบาล” ยังคงมี “ความแข็งแกร่ง” และมี “ศักยภาพ” ในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจาก “การฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ” โดยเฉพาะกลุ่มจากประเทศคูเวตที่มีแนวโน้มดีขึ้น ประกอบกับธุรกิจมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ มีความมั่นคงสูง และสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้กลุ่มโรงพยาบาลยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มี “ความยืดหยุ่น” และได้รับผลกระทบจาก “ภาวะเศรษฐกิจในระดับจำกัด” 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ซึ่งเป็นหุ้นขนาดกลางที่มี “จุดเด่น” ด้านการกระจายฐานรายได้ระหว่างลูกค้าทั่วไปและกลุ่มประกันสังคม โดยเฉพาะรายได้จากประกันสังคมที่มีความแน่นอนและสม่ำเสมอ ช่วยลดความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจได้

“ถกล บรรจงรักษ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กลุ่มโรงพยาบาลภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันตลาดได้สะท้อนปัจจัยลบไปในระดับหนึ่งแล้ว จึงให้น้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด เนื่องจากมองว่า “ความเสี่ยงขาลง” ของราคาหุ้นเริ่มจำกัด

ทั้งนี้ จากการประเมินพบว่า หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำกว่า “มูลค่าพื้นฐาน” สะท้อนภาพตลาดได้รับรู้ข่าวร้ายและปัจจัยลบต่าง ๆ ไปมากแล้ว ทำให้ “โอกาส” ที่ราคาจะปรับตัวลงต่อมีไม่มากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยตรงยังคงเกิดกับโรงพยาบาลที่พึ่งพาฐานลูกค้าตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะ “หุ้น BH” ซึ่งได้รับแรงกดดันจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค แต่ราคาหุ้นของกลุ่มดังกล่าวได้มีการปรับตัวลดลงล่วงหน้าเพื่อสะท้อนความเสี่ยงไปแล้วเช่นกัน

“ดังนั้น หากสถานการณ์สงครามเริ่มมีพัฒนาการในเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา หรือแนวโน้มยุติความขัดแย้งลง จะกลายเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยให้ราคาหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลฟื้นตัวได้ทันที เนื่องจากระดับราคาปัจจุบันถือว่าอยู่ในโซนที่น่าสนใจมาก”

สำหรับในเชิงกลยุทธ์แนะนำให้นักลงทุนใช้แนวทางตั้งรับ และยังไม่จำเป็นต้องเร่งเข้าลงทุนในทันที แม้ว่าระดับราคาจะเริ่มมีความน่าสนใจ แต่สถานการณ์สงครามยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากเริ่มเห็นสัญญาณบวก หรือความชัดเจนคลี่คลายของสถานการณ์ จึงค่อยพิจารณากลับเข้าสะสมหุ้นในกลุ่มนี้อีกครั้ง

“กรรณ์ หทัยศรัทธา” หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ บล.ซีจีเอสอินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในปัจจุบันยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุน แม้ว่าราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวจะปรับตัวลดลงมาในช่วงที่ผ่านมา จาก “แรงกดดันของปัจจัยภายนอก” โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวม

ทั้งนี้ การปรับตัวลงของราคาหุ้นไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ แต่เป็นผลจากสถานการณ์โลกที่กระทบต่อความเชื่อมั่นระยะสั้น จึงถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจ สำหรับการเข้าลงทุน และคงคำแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาลเป็น Overweight เนื่องจากมองว่า พื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง

ในส่วนของ “กลยุทธ์รายตัว” ได้แนะนำ 3 หุ้นเด่นที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน โดย BDMS ถูกยกให้เป็นหุ้นเด่นที่สุดของกลุ่มจากความแข็งแกร่งของเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะที่ BH มีความโดดเด่นในฐานะโรงพยาบาลระดับพรีเมียมที่เน้นการรักษาโรคซับซ้อน และบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 วางตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่มลูกค้าการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับกลาง ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว