ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลงเมื่อคืน หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะทำสงครามอิหร่านต่อไป ตลาดฟื้นบางส่วนหลังข่าวอิหร่าน-โอมานจะร่วมกันดูแลช่องแคบฮอร์มุซ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.69) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าสงครามกับอิหร่านจะยืดเยื้อต่อไปอีกหลายสัปดาห์
ดาวโจนส์ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิป ปรับตัวลดลง 61.07 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 46,504.67 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.11% ปิดที่ 6,582.69 จุด และดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.18% ปิดที่ 21,879.18 จุด
ทั้งสามดัชนีดีดตัวขึ้นแรงจากการร่วงลงอย่างหนักเมื่อต้นวัน และพลิกกลับมาบวกได้ในระยะสั้น หลังสื่อของทางการอิหร่านรายงานว่าประเทศกำลังทำงานร่วมกับโอมานในเรื่อง “ระเบียบปฏิบัติ” เพื่อตรวจตราเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงต่ำสุดของวัน ดาวโจนส์เคยร่วงลงมากกว่า 600 จุด หรือ 1.4% ขณะที่ S&P 500 และแนสแด็กร่วงลงไป 1.5% และ 2.2% ตามลำดับ
“ช่องแคบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสหรัฐ ไม่ได้เป็นเพราะน้ำมันเท่านั้น แต่เพราะฮีเลียม” ท็อดด์ โชนเบอร์เกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ CrossCheck Management กล่าว พร้อมชี้ว่าฮีเลียม “มีค่ามากกว่าน้ำมันต่างประเทศ” เนื่องจากถูกใช้ในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และ “ยังไม่มีสิ่งใดทดแทนได้”
“คาดว่าจะเห็นความผันผวนเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้สุดสัปดาห์ยาว” เขากล่าวเสริม
ตลอดทั้งวัน ดัชนีมีการแกว่งตัวขึ้นลงระหว่างแดนบวกและลบตามพัฒนาการของสถานการณ์ ดัชนีความผันผวน CBOE หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดัชนีความกลัว” ของวอลล์สตรีท แตะระดับสูงสุดระหว่างวันเหนือ 27 จุด
“ฉันคิดว่านักลงทุนตอบสนองแบบฉับพลัน พวกเขาอยากให้ข่าวออกมาดี แต่พอได้คิดนานขึ้นก็สรุปว่ายังมีความไม่แน่นอนสูงอยู่ดี นั่นจึงอธิบายความผันผวนในวันได้” เมลิสซา บราวน์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัยการตัดสินใจลงทุนของ SimCorp ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี
ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์เมื่อคืนวันพุธ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้เขาจะบอกว่าสหรัฐ “เข้าใกล้มากแล้ว” ต่อการยุติสงครามอิหร่าน แต่ทรัมป์ก็เสริมว่าสหรัฐจะ “โจมตี” เตหะราน “อย่างรุนแรงสุดขีด”
“ในอีกสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า เราจะถอยพวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาควรอยู่” ประธานาธิบดีกล่าว
คำพูดดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) งวดส่งมอบล่วงหน้า ปิดพุ่งขึ้น 11.41% ที่ระดับ 111.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2022 ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับขึ้น 7.78% ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บราวน์เชื่อว่าราคาน้ำมันน่าจะ “ทรงตัวในระดับสูงไปอีกนาน” และแม้ในที่สุดราคาน้ำมันดิบจะลดลง แต่เธอระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินจะใช้เวลานานกว่าจะปรับลงตาม หมายความว่าจะยังมี “แรงกดดันเงินเฟ้อต่อเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง”
แม้จะมีการซื้อขายที่ผันผวนในสัปดาห์นี้ แต่ดัชนีหลักทั้งหมดก็ยังปิดบวกเมื่อเทียบรายสัปดาห์ S&P 500 ปรับขึ้น 3.4% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเกือบ 3% ส่วนแนสแด็กทำผลงานดีกว่าใคร เพิ่่มขึ้น 4.4%
วันพฤหัสบดีเป็นวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์ที่สั้นลงนี้ เนื่องจากตลาดปิดทำการในวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) อย่างไรก็ดี รายงานการจ้างงานเดือนมีนาคมยังมีกำหนดเปิดเผยในเช้าวันศุกร์ตามปกติ





