"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (2 เม.ย. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,466.03 จุด โดยปรับตัวลดลง 4.96 จุด หรือคิดเป็น 0.34% นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนีมีความผันผวน หลังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์สะท้อนภาพของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านไม่คืบหน้า ส่งผลราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (2 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,466.03 จุด โดยปรับตัวลดลง 4.96 จุด หรือคิดเป็น 0.34%โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,472.15 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,459.50 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 32,373.62 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 271.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.73% มูลค่าซื้อขาย 2,704.91 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 159.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.92% มูลค่าซื้อขาย 2,329.95 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.16% มูลค่าซื้อขาย 1,793.95 ล้านบาท
- TRUE ราคาปิด 14.40 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 1,578.48 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 360.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 1.37% มูลค่าซื้อขาย 1,525.69 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวผันผวนจากความผิดหวังในถ้อยแถลงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเห็นภาพของการเจรจาที่คืบหน้า และเดินหน้าสู่การผ่อนคลายความตึงเครียด
โดยผลกระทบของท่าทีสหรัฐในครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ดอลลาร์แข็งค่า และบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามความเสี่ยง
ในช่วงบ่ายวันนี้ (2 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน 1,489 จุด แนวรับ 1,459-1,450 จุด
กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำลงทุนแบบ Barbell ในหุ้นกลุ่มโรงกลั่น เช่น PTTGC, IVL, และ TOP จากปัจจัยบวกจากประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 7 ชาติร่วมกับมาเลเซียที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ลดแรงกดดันด้านซัพพลาย
อีกด้านหนึ่งมองกลุ่มที่ระยะกลางและยาวยังไปได้ดี เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว และค้าปลีก แม้ในระยะสั้นยังมีความเสี่ยงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เข้ากดดัน มอง TRUE, GULF, AOT, และ THAI น่าสนใจ





