วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

‘บล.ลิเบอเรเตอร์-เอสซีบี เอกซ์’ ชี้ช่วยลดเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาส หนุน‘เอไอ’ยกระดับการเงิน-ลงทุน

‘บล.ลิเบอเรเตอร์-เอสซีบี เอกซ์’ ชี้ช่วยลดเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาส หนุน‘เอไอ’ยกระดับการเงิน-ลงทุน

“บล.ลิเบอเรเตอร์” เผยสถิติน่ากังวล “คนไทย” มีบัญชีลงทุนไม่ถึง 6% ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายเท่าตัว เร่งนำ “เอไอ” ยกระดับแพลตฟอร์มช่วยรายย่อยคัดกรองข้อมูล-ส่งสัญญาณเทรด หวังสร้างความมั่งคั่งระยะยาว “เอสซีบี เอกซ์” เปิดกลยุทธ์เอไอพลิกโฉมการเงินไทย เปิดตัว “ไต้ฝุ่น” ภาษาไทยที่ดีที่สุดเทียบเท่า GPT-3.5 เร่งสปีดสู่ Agentic AI ผู้ช่วยอัจฉริยะจัดการธุรกรรมแทนมนุษย์ครบวงจร

ในยุคที่ “เทคโนโลยี” กำลังเร่งเปลี่ยนโฉมโลกการเงินซึ่ง “AI” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะเข้ามา “ปลดล็อกข้อจำกัด” ของนักลงทุนรายย่อยไทย

‘บล.ลิเบอเรเตอร์-เอสซีบี เอกซ์’ ชี้ช่วยลดเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาส หนุน‘เอไอ’ยกระดับการเงิน-ลงทุน

นางสาววทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวในงาน AI Revolution SHIFT 2026: Shaking the Global Economy เขย่าโลก พลิกเกมธุรกิจ ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ภายใต้หัวข้อ AI in Action: Unlocking Future Finance ว่า ภาพรวมการลงทุนของประเทศไทยในปัจจุบันยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงแม้คนไทยจะมีบัญชีเงินออมสูงถึงประมาณ 80% ของประชากร หรือราว 55-60 ล้านบัญชี แต่บัญชีเพื่อการลงทุนกลับมีไม่ถึง 4 ล้านบัญชี คิดเป็นสัดส่วน 6% เท่านั้น

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ที่มีสัดส่วนนักลงทุนกว่า 40% หรือสหรัฐที่สูงถึง 50-60% จะเห็นได้ชัดคนไทยยังเข้าถึงการสร้างความมั่งคั่งส่วนบุคคลได้จำกัด และยังคงพึ่งพาการออมมากกว่าการลงทุน ซึ่งในระยะยาวอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ

โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยยังไม่เข้าสู่การลงทุน มาจาก 2 อุปสรรคหลัก ได้แก่ ความรู้สึกว่าการลงทุนเป็นเรื่องยากและไกลตัว ทำให้ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และเลือกเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังเผชิญกับภาวะข้อมูลล้นเกิน แม้จะมีข้อมูลจำนวนมาก แต่ขาดการคัดกรองและปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ส่งผลให้ไม่สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างดังกล่าว ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดย AI สามารถช่วยทั้งในการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร และการยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งในด้านองค์กร AI ถูกนำมาใช้ในงานเบื้องหลัง เช่น การประมวลผลเอกสาร การยืนยันตัวตน การวิเคราะห์เครดิต รวมถึงการนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ในฝั่งผู้ลงทุนรายย่อย แพลตฟอร์ม Liberator อยู่ระหว่างการพัฒนาฟีเจอร์ AI เพื่อยกระดับการลงทุน โดยเตรียมเปิดตัว 3 ฟังก์ชันหลักภายในปีนี้ ได้แก่ การคัดกรองข่าวและข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพอร์ตของผู้ใช้งาน การส่งสัญญาณจังหวะซื้อขายที่เหมาะสม และระบบติดตามพร้อมปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ดีการนำ AI มาใช้ในภาคการเงินยังเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะด้านกฎระเบียบที่ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแล ทำให้การพัฒนาและใช้งานยังอยู่ในลักษณะพิจารณาเป็นรายกรณี ภาครัฐจึงถูกคาดหวังให้เร่งสร้างกรอบกำกับดูแลหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การปลอมแปลงเสียงหรือภาพเพื่อหลอกลวงประชาชน ส่งผลให้การสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI เป็นสิ่งจำเป็น โดยทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันให้ความรู้แก่ประชาชน ควบคู่กับการใช้ AI ในการตรวจจับความผิดปกติและป้องกันการทุจริต

‘บล.ลิเบอเรเตอร์-เอสซีบี เอกซ์’ ชี้ช่วยลดเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาส หนุน‘เอไอ’ยกระดับการเงิน-ลงทุน

ดร.ทุตานนท์ สินธุประสิทธิ์ Head of R&D บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของธนาคารอย่างชัดเจน จากเดิมที่ลูกค้าต้องเดินเข้าไปใช้บริการที่สาขา กลายเป็นระบบที่เข้าหาลูกค้าได้เองผ่านแอปพลิเคชันและ Virtual Bank ในลักษณะเชิงรุกมากขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจุบันธนาคารไม่ได้ใช้แค่ข้อมูลธุรกรรมทั่วไปเหมือนในอดีต แต่เริ่มนำข้อมูลทางเลือกและ AI มาวิเคราะห์ เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ลึกขึ้นแบบเฉพาะบุคคล ขณะเดียวกัน เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงคือ Agentic AI ซึ่งไม่ใช่แค่แชตบอตตอบคำถาม แต่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่จัดการเรื่องการเงินแทนลูกค้าได้ เช่น สั่งจองบริการและจ่ายเงินให้เสร็จผ่านคำสั่งเดียว

“ในด้านการทำงานภายในองค์กร เอสซีบี เอกซ์ ได้นำ AI มาใช้ช่วยตรวจสอบการให้บริการของพนักงานแบบครบทุกขั้นตอน แทนวิธีสุ่มตรวจแบบเดิม ทำให้ควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ AI ในการช่วยอ่านและสรุปข้อมูลจากเอกสารการเงิน ทำให้บริการรวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อีกหนึ่งจุดสำคัญของ เอสซีบี เอกซ์ คือ การพัฒนา AI ที่ชื่อ “ไต้ฝุ่น” (Typhoon) เพื่อให้เข้าใจภาษา ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับภาษาไทยโดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นโมเดลภาษาไทยขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดย “ไต้ฝุ่น” ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างทางภาษาที่โมเดลส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกฝึกฝนเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยมองว่าการมีเทคโนโลยีนี้มาใช้จะช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศ และทำให้ปรับใช้งานได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

นอกจาก AI แล้ว บริษัทยังจับตาเทคโนโลยี Quantum Computing ซึ่งคาดว่า จะมีบทบาทมากขึ้นในช่วงปี 2030 โดยสามารถช่วยวิเคราะห์การลงทุนและตรวจจับการทุจริตได้ดีขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลเช่นกัน จึงเริ่มเตรียมระบบป้องกันล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังอยู่ที่กฎระเบียบ ซึ่งแม้ไทยจะมีระบบทดลองนวัตกรรมที่ค่อนข้างเปิดกว้าง แต่ยังต้องเร่งการทำงานให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วขึ้น และเตือนประชาชนให้ระวังการนำ AI ไปใช้ในทางหลอกลวง เช่น การปลอมเสียงหรือภาพ ซึ่งต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี และตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้ง