วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2569

Login
Login

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI พลิกเกมลงทุนไทย ลดเหลื่อมล้ำ เปิดทางรายย่อยสู่ตลาดทุน

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI พลิกเกมลงทุนไทย ลดเหลื่อมล้ำ เปิดทางรายย่อยสู่ตลาดทุน

ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเร่งเปลี่ยนโฉมโลกการเงิน “AI” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะเข้ามาปลดล็อกข้อจำกัดของนักลงทุนรายย่อยไทย

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI พลิกเกมลงทุนไทย ลดเหลื่อมล้ำ เปิดทางรายย่อยสู่ตลาดทุน

นางสาววทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวในงาน AI Revolution SHIFT 2026: Shaking the Global Economy เขย่าโลก พลิกเกมธุรกิจ ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ภายใต้หัวข้อ AI in Action: Unlocking Future Finance ว่า ภาพรวมการลงทุนของประเทศไทยในปัจจุบันยังสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงแม้คนไทยจะมีบัญชีเงินออมสูงถึงประมาณ 80% ของประชากร หรือราว 55-60 ล้านบัญชี แต่บัญชีเพื่อการลงทุนกลับมีไม่ถึง 4 ล้านบัญชี คิดเป็นสัดส่วน 6% เท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ที่มีสัดส่วนนักลงทุนกว่า 40% หรือสหรัฐที่สูงถึง 50-60% จะเห็นได้ชัดว่า คนไทยยังเข้าถึงการสร้างความมั่งคั่งส่วนบุคคลได้จำกัด และยังคงพึ่งพาการออมมากกว่าการลงทุน ซึ่งในระยะยาวอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ

โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยยังไม่เข้าสู่การลงทุน มาจาก 2 อุปสรรคหลัก ได้แก่ ความรู้สึกว่าการลงทุนเป็นเรื่องยากและไกลตัว ทำให้ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และเลือกเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังเผชิญกับภาวะข้อมูลล้นเกิน แม้จะมีข้อมูลจำนวนมาก แต่ขาดการคัดกรองและปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ส่งผลให้ไม่สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI พลิกเกมลงทุนไทย ลดเหลื่อมล้ำ เปิดทางรายย่อยสู่ตลาดทุน

โดย  AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างดังกล่าว ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดย AI สามารถช่วยทั้งในการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร และการยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุนรายย่อย ซึ่งในด้านองค์กร AI ถูกนำมาใช้ในงานเบื้องหลัง เช่น การประมวลผลเอกสาร การยืนยันตัวตน การวิเคราะห์เครดิต รวมถึงการนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ในฝั่งผู้ลงทุนรายย่อย แพลตฟอร์ม Liberator อยู่ระหว่างการพัฒนาฟีเจอร์ AI เพื่อยกระดับการลงทุน โดยเตรียมเปิดตัว 3 ฟังก์ชันหลักภายในปีนี้ ได้แก่ การคัดกรองข่าวและข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพอร์ตของผู้ใช้งาน การส่งสัญญาณจังหวะซื้อขายที่เหมาะสม และระบบติดตามพร้อมปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"แม้เทคโนโลยีโมเดลคณิตศาสตร์จะถูกใช้ในกลุ่มนักลงทุนสถาบันหรือผู้มีสินทรัพย์สูงมาเป็นเวลานานแล้ว แต่การมาของ AI ในปัจจุบันจะช่วยทำให้เครื่องมือเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามเป้าหมายของ AI ไม่ใช่การเข้ามาตัดสินใจแทนมนุษย์ทั้งหมด แต่เป็นการช่วยสร้างความมั่นใจและเพิ่มความรู้ เพื่อให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองในขั้นสุดท้าย"

อย่างไรก็ดีการนำ AI มาใช้ในภาคการเงินยังเผชิญความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะด้านกฎระเบียบที่ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานกำกับดูแล ทำให้การพัฒนาและใช้งานยังอยู่ในลักษณะพิจารณาเป็นรายกรณี ภาครัฐจึงถูกคาดหวังให้เร่งสร้างกรอบกำกับดูแลหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การปลอมแปลงเสียงหรือภาพเพื่อหลอกลวงประชาชน ส่งผลให้การสร้างความรู้ความเข้าใจด้าน AI เป็นสิ่งจำเป็น โดยทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันให้ความรู้แก่ประชาชน ควบคู่กับการใช้ AI ในการตรวจจับความผิดปกติและป้องกันการทุจริต

นางสาววทันยา กล่าวทิ้งท้ายว่า การนำ AI มาใช้ในระบบการเงินไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความรู้ทางการเงินของคนไทย หากสามารถผสานทั้งเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและความเข้าใจของผู้ลงทุนได้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน