วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

หุ้นเอเชียดิ่งหนัก 'ญี่ปุ่น-เกาหลี' ร่วง 5% หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

หุ้นเอเชียดิ่งหนัก 'ญี่ปุ่น-เกาหลี' ร่วง 5%  หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งแรงแทบทุกตลาด 'ญี่ปุ่น' ทรุดหนักกว่า 5% ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามอิหร่านจะยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่งทำสถิติรายเดือน นักลงทุนเร่งปรับพอร์ตหนีความผันผวนทั่วภูมิภาค

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดตลาดมาวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. ปรับตัวลงหนักแทบทุกตลาด นักลงทุนเตรียมรับมือความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งดัน "ราคาน้ำมัน" พุ่งสู่ระดับทำสถิติสูงสุดรายเดือน และเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อรวมถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดตลาดลดลง 1,318.39 จุด หรือ -2.47% มาอยู่ที่ระดับ 52,054.68 จุด หลังการซื้อขายไปพักหนึ่งเมื่อเมื่อเวลาประมาณ 09.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น ดัชนีนิกเกอิร่วงลงต่อถึง 2,719.02 จุด หรือ -5.09% แตะที่ระดับ 50,654.05 จุด

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (Kospi) เปิดตลาดลบไป 4.73 จุด และหลังการซื้อขายไปเพียง 15 นาที ดัชนีลดลง 240.94จุด หรือ 4.43% มาอยู่ที่ 5,197.93 จุด 

ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง ฮ่องกง เปิดที่ระดับ 24,532.85 จุด ลดลง 419.03 จุด หรือ -1.68% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,884.28 จุด ลดลง 29.44 จุด หรือ -0.75% และดัชนี MSCI เอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลง 1.2%

ด้านดัชนีฟิวเจอร์ส S&P 500 ลดลง 0.7% และ Nasdaq ลดลง 0.9% ส่วนดัชนีฟิวเจอร์สฝั่งยุโรป EUROSTOXX 50 และ DAX ลดลง 1.5% และ FTSE ลดลง 1.0%

ราคาน้ำมันเบรนท์ เพิ่มขึ้น 3.0% สู่ระดับ 115.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ปรับขึ้นรายเดือนไปแล้วถึง 60% สูงกว่าการพุ่งขึ้นหลังอิรักบุกคูเวตในปี 1990 ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ WTI เพิ่มขึ้น 3.0% สู่ 102.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นรายเดือน 53%

สถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียทวีความรุนแรงขึ้นและส่อเค้ายืดเยื้อ เมื่ออิสราเอลได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน นำไปสู่การตอบโต้กลับในหลายประเทศอ่าว และ "กลุ่มติดอาวุธฮูตี" ในประเทศเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ประกาศเข้าร่วมรบด้วยอย่างเป็นทางการ และได้เริ่มโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง

ขณะที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานเมื่อวันอาทิตย์โดยอ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า "สหรัฐอาจยึดเกาะคาร์ก" ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันหลักของ "อิหร่าน" แต่ทรัมป์ก็ระบุด้วยว่าการหยุดยิงอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ปากีสถานเปิดเผยว่ากำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพ "การเจรจาที่มีความหมาย” เพื่อยุติความขัดแย้งในอีกไม่กี่วัน

นักวิเคราะห์มองสถานการณ์จะยืดเยื้อ

เมดิสัน คาร์ตไรต์ นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจอาวุโสของธนาคาร Commonwealth Bank of Australia กล่าวว่า การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ความสามารถในการรบกวนตลาดพลังงานและอาหารโลก รวมถึงศักยภาพด้านขีปนาวุธและโดรน ทำให้อิหร่านมีแรงจูงใจน้อยที่จะยอมแพ้ และกดดันให้สหรัฐต้องยกระดับความขัดแย้ง

“เราคาดว่าสงครามจะยืดเยื้ออย่างน้อยจนถึงเดือนมิถุนายน และมีความเสี่ยงที่จะยาวนานกว่านั้น”

ด้านบรูซ แคสแมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์โลกของ JPMorgan เตือนว่า ยิ่งช่องแคบปิดนานเท่าใด การดึงน้ำมันสำรองมาใช้จะยิ่งเร็วขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ปรับขึ้นอย่างรุนแรง

หากช่องแคบยังคงปิดต่อไปอีก 1 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ยิ่งเพิ่มข้อจำกัดสำหรับภาคอุตสาหกรรม

จับตาประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์จันทร์นี้

แรงกดดันเงินเฟ้อทำให้นักลงทุน "ปรับเพิ่ม" คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยทั่วโลก โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 12 เบซิสพอยต์ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 50 เบซิสพอยต์เมื่อเดือนก่อน

ตลาดจับตา "เจอโรม พาวเวลล์" ประธานเฟดที่มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันจันทร์ ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ก็จะให้ความเห็นเช่นกัน

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ มีทั้งยอดค้าปลีก ภาคการผลิต และการจ้างงาน ซึ่งจะสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการจ้างงานเดือนมี.ค. จะเพิ่มขึ้น 55,000 ตำแหน่ง หลังลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.4%

ส่วนในสหภาพยุโรป (อียู) คาดว่าเงินเฟ้อเดือนมีนาคมจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จาก 1.9% ในเดือนก่อน

บอนด์ยีลด์พุ่ง ดอลลาร์ทะลุ 160 เยน

แรงกระแทกด้านพลังงานรวมกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและความจำเป็นในการเพิ่มงบกลาโหม ยังส่งผลกดดันตลาดพันธบัตรรัฐบาล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นราว 47 เบซิสพอยต์ สู่ระดับ 4.428% ขณะที่พันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 54 เบซิสพอยต์

ความผันผวนในตลาดยังส่งผลให้ค่าเงิน "ดอลลาร์" แข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยวันจันทร์นี้ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 160.12 เยน หลังทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2024

ส่วนค่าเงินยูโร เคลื่อนไหวที่ 1.1500 ดอลลาร์ต่อยูโร ใกล้ระดับต่ำสุดของเดือนมีนาคมที่ 1.1409