วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ธนเดช’ ชี้สงครามยืดเยื้อ แนะกลยุทธ์ ‘Playbook’ ลุยพลังงาน-แบงก์ใหญ่

‘ธนเดช’ ชี้สงครามยืดเยื้อ แนะกลยุทธ์ ‘Playbook’ ลุยพลังงาน-แบงก์ใหญ่

“ธนเดช” ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่อแววลากยาว กระทบเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ Stagflation กางกลยุทธ์ "Playbook" แบ่งหุ้น 3 กลุ่ม เน้นยึดครองพลังงานต้นน้ำและตั้งรับด้วยแบงก์ใหญ่ปันผลสูง

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา Investment 2026 : Opportunity Beyond Crisis ซึ่งจัดโดย “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ร่วมกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ในช่วงเสววนา “ปั้นพอร์ตปันผล เจาะหุ้นแกร่ง” ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลมีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดเชิงโครงสร้างและศักดิ์ศรี ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพลังงาน ทั้ง “น้ำมัน” และ “ก๊าซธรรมชาติ” ยืนตัวในระดับสูงต่อเนื่อง

ดังนั้น ปัจจัยดังกล่าวจะกดดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ยุค Stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตในระดับต่ำ

นอกจากนี้ ยังประเมินว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยตามเงินเฟ้อได้เพราะจะซ้ำเติมเศรษฐกิจ แต่อาจต้องแลกกับการที่เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง หากดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าต่อเนื่อง

โดย บล.พาย ให้เป้าหมายดัชนี SET Index ที่เหมาะสมในระดับ 1,450 - 1,500 จุด และมองจุดรับสำคัญกรณีสถานการณ์เลวร้ายไว้ที่ 1,330 จุด

กางกลยุทธ์ "Playbook" ลุย-รับ-ถอย เพื่อให้พอร์ตการลงทุนอยู่ “รอด” ในภาวะผันผวนโดยแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบแบ่งกลุ่มหุ้น (Playbook) ดังนี้

1.กลุ่มลุย/ยึดครอง (Energy Upstream) โดยเน้นหุ้นพลังงานต้นน้ำเพื่อ Hedging ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันโลก หุ้นเด่นคือ PTTEP ที่จะได้ประโยชน์จากการ Mark to Market ราคาน้ำมัน และ PTT ที่ราคายัง Laggard พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 5-6%

2.กลุ่มตั้งรับ (Defensive & Cash Flow) ซึ่งเน้นหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและจ่ายปันผลสูง

  • กลุ่มธนาคาร (Bank) โดยแนะนำแบงก์ใหญ่ที่มีสำรองหนี้และเงินกองทุนสูง พร้อมควักเงินสะสมออกมาจ่ายปันผลเพิ่ม หุ้นแนะนำคือ SCB (ชื่นชมการบริหารเงินกองทุนอย่าง Active) KBANK, KTB และ BBL ซึ่งคาดหวังปันผลได้กว่า 6%
  •  กลุ่มสื่อสาร (ICT) แนะนำ ADVANC และ TRUE ในฐานะหุ้นที่มีกระแสเงินสดดีและมีความปลอดภัยสูงในภาวะตลาดผันผวน
  • และ “กลุ่มการแพทย์” (BDMS, BH, BCH) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันจำกัดและมีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจ 

3.กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง (Avoid) กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มขนส่ง (เช่น BA), กลุ่มโรงแรม/ท่องเที่ยว ที่เสี่ยงจากนักท่องเที่ยวชะลอการเดินทาง, และกลุ่มไฟแนนซ์ ที่อาจเผชิญปัญหา NPL หากลูกค้าแบกรับต้นทุนน้ำมันไม่ไหว